Written by Administrator Monday, 06 February 2012 13:28
ถ้าเอ่ยถึงมหานครที่มีจำนวนประชากรหน้าแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คงหนีไม่พ้นกรุงโตเกียว แต่แม้ว่ามันจะเป็นเมืองที่แออัดยัดเยียดไปด้วยผู้คนที่เร่งรีบในการดำเนินชีวิต แต่มันก็ยังเป็นมหานครที่น่าอยู่อาศัยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ด้วยระบบการคมนาคมขนส่งที่สะดวก รวดเร็ว ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนญี่ปุ่น
ด้วยเหตุนี้ Shimizu Group บริษัทออกแบบและก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น จึงได้เสนอไอเดียสร้างเมืองแห่งอนาคต ที่มีชื่อว่า The Shimizu TRY Mega-City Pyramid โครงการก่อสร้างรูปทรงพีระมิดขนาดยักษ์ที่จะเกิดขึ้นในแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งจะเป็นเมืองขนาดย่อม ที่จะถูกสร้างขึ้นบริเวณอ่าวโตเกียว ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการสร้างบ้านแปลงเมืองของมนุษย์ชาติ เพื่อรองรับวิถีชีวิตแห่งโลกอนาคต ที่จะพรั่งพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่จะอำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต

The Shimizu TRY Mega-City Pyramid แม้ว่าจะได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากพีระมิด แต่มันจะมีความยิ่งใหญ่อลังการมากกว่ามหาพีระมิดแห่งกิซ่า ชนิดที่เทียบกันไม่ได้ โดยอภิมหาพีระมิดแห่งแดนปลาดิบ จะมีความสูงจากระดับพื้นดินถึง 2 กิโลเมตร นับเป็นโครงการสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างมา
ส่วนรูปแบบในการก่อสร้างอภิมหาพีระมิดแห่งนี้โครงสร้างของมันจะเป็นการประกอบรวมกันของพีระมิดเล็กๆ จำนวน 204 ส่วน และแบ่งเลเยอร์หลักๆ ได้ 8 เลเยอร์ ซึ่งในแต่ละเลเยอร์จะมีความสูงเท่ากับ 250.5 เมตร รวมแล้วมหาพีระมิดแห่งนี้จะมีความสูงเท่ากับ 2,004 เมตร แม้จะสูงขนาดนี้แต่มันก็ถูกออกแบบมาให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหวและสึนามิได้ด้วย
ในการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่มากๆ การเลือกใช้วัสดุจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวัสดุที่มีน้ำหนักเบา แต่ทว่าต้องมีความแข็งแรง และเพื่อให้ได้วัสดุที่มีคุณสมบัติเฉพาะจึงได้มีการวิจัยและพัฒนาวัสดุพิเศษที่เรียกว่า Carbon Nanotubes ขึ้นมา เพื่อนำมาใช้เสริมกับเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างของโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ
ในส่วนของการจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานรวมๆ แล้วมันสามารถรองรับผู้คนได้นับล้านชีวิต โดยในส่วนของพื้นที่พักอาศัยมีมากถึง 240,000 ยูนิต พอที่จะรองรับผู้อยู่อาศัยได้มากถึง 750,000 คน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เชิงพาณิชย์อีกกว่า 24 ตารางกิโลเมตร สามารถรองรับผู้คนได้มากกว่า 8 แสนคน และยังมีพื่นที่สำหรับทำงานวิจัยและพื้นที่พักผ่อนอีกกว่า 14 ตารางกิโลเมตร
แน่นอนว่า เมืองขนาดใหญ่แบบนี้ ปัญหาการเดินทางภายในตัวอาคารเป็นเรื่องที่จะต้องออกแบบและจัดเตรียมไว้อย่างรอบครอบ ซึ่งภายในอาคารออกแบบให้มีทางเลื่อนความเร็วสูง ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมด้วยลิฟต์ทางลาดเพื่อช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทาง รวมถึงมีระบบขนส่งมวลชนภายในที่ไม่ต้องใช้คนขับ และเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอีกประการหนึ่งของเมืองใหญ่ขนาดนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องพลังงาน เพราะหากต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอกเพียงอย่างเดียว คงจะเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป โปรเจกต์นี้จึงได้ออกแบบให้สามารถผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเอง โดยมาจากแหล่งความร้อนของแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงมีการนำพลังงานจากคลื่นในอ่าวโตเกียว และสารสกัดจากสาหร่ายมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม แหล่งพลังงานหลักของโปรเจกต์นี้ มาจากผนังกระจกของพีระมิด ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้งานโดยผ่านทาง เซลล์โฟโต้โวลตาอิก ที่จะเปลี่ยนพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับพีระมิดยังแห่งนี้
| Shimizu TRY 2004 Mega-City Pyramid | |
|---|---|
The Pyramid City arcology or megacity as featured on theDiscovery Channel's Extreme Engineering programs |
|
| General information | |
| Status | Vision |
| Type | Office, Residential, Research, Leisure |
| Location | Tokyo Bay, Japan |
| Height | |
| Roof | 730 m (2,395 ft) |
| Technical details | |
| Floor area | 88 square kilometres (34 sq mi) |
| Design and construction | |
| Architect | Dante Bini, David Dimitric |
ที่มาบทความ : หนังสือ Builder News ฉบับที่ 188 ปักษ์หลัง มกราคม 2555
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : http://en.wikipedia.org
http://www.geekwiddget.com
http://www.shimz.co.jp