ประกาศกรุงเทพมหานคร

เรื่อง  ข้อกำหนดลักษณะแบบของบันไดหนีไฟ

และทางหนีไฟทางอากาศของอากาศ

 

                ด้วยกรุงเทพมหานครเห็นเป็นการสมควรกำหนดลักษณะแบบของบันไดหนีไฟและทางหนีไฟทางอากาศของอาคารตามสภาพที่เหมาะสม  ทั้งนี้  เพื่อให้ผู้อยู่ภายในอาคารที่ถูกเพลิงไหม้สามารถใช้บันไดหนีไฟลงสู่พื้นดินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย  ตามลักษณะแบบของอาคารที่ได้รับอนุญาต  และเพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถออกจากอาคารทางอากาศได้อย่างรวดเร็วและฉับไวต่อเหตุการณ์

                อาศัยอำนาจ  ตามความในข้อ 24  และข้อ  46  แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร  เรื่อง  ควบคุมการก่อสร้างอาคาร  .. 2522  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  จึงกำหนดลักษณะแบบของบันไดหนีไฟและทางหนีไฟทางอากาศไว้  ดังต่อไปนี้

                1.  ตึกแถวเพื่อการพาณิชย์หรือพักอาศัยที่มีความสูง  4  ชั้น  แต่ละหน่วยต้องมีบันไดหนีไฟเพิ่มเติมจากบันไดหลักในอาคารตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

                                1.1  อนุญาตให้ใช้บันไดหนีไฟเป็นบันไดแนวดิ่งหรือบันไดลิงสร้างด้วยวัสดุไม่ติดไฟ  และให้ติดตั้งในส่วนที่ว่างทางเดินหลังอาคารได้

                                1.2  มีความกว้างไม่น้อยกว่า  40  เซนติเมตร  ระยะห่างของชั้นบันไดแต่ละชั้นไม่น้อยกว่า  40  เซนติเมตร  แต่ไม่เกิน  60 เซนติเมตร  บันไดขั้นล่างสุดท้ายอยู่ห่างจากระดับพื้นดินไม่เกิน  3.5  เมตร

                                1.3  ในตำแหน่งที่ติดตั้งต้องอยู่ในทิศทางตรงกันข้ามกับบันไดหลักและอยู่ใกล้กับช่องเปิดของประตูหรือหน้าต่าง

                ตึกแถวเพื่อการพาณิชย์หรือพักอาศัยที่มีความสูงเกินกว่า  4  ชั้น  ดาดฟ้า  แต่ละหน่วยต้องมีบันไดหนีไฟ  ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง  และต้องมีชานพักบันไดทุกชั้น

                2.  อาคารที่ไม่ใช่ตึกแถวตาม  1  ที่มีความสูงตั้งแต่  4  ชั้น  แต่ไม่เกิน  7  ชั้น  ดาดฟ้า  ต้องมีบันไดหนีไฟภายในหรือภายนอกอาคารเพิ่มเติมจากบันไดหลักในอาคารตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

2.1    ต้องสร้างด้วยวัสดุไม่ติดไฟ

2.2    บันไดแต่ละช่วงสูงไม่เกินความสูงระหว่างชั้นของอาคารมีความกว้างไม่น้อยกว่า  90  เซนติเมตร  ลูกนอน

กว้างไม่น้อยกว่า  22  เซนติเมตร  และลูกตั้งสูงไม่เกิน  20  เซนติเมตร

                                2.3  ตำแหน่งที่ตั้งต้องมีระยะระหว่างกึ่งกลางทางเข้าออกสู่ตัวบันได  กับกึ่งกลางประตูห้องสุดท้ายด้านทางเดินที่เป็นทางตัน  ไม่เกิน  10  เมตร  ในกรณีที่จำเป็นต้องมีบันไดหนีไฟ  2  ตำแหน่ง  อนุญาตให้ใช้บันไดหลักเป็นบันไดหนีไฟได้ด้วยโดยมีระยะห่างตามทางเดินระหว่างกึ่งกลางทางเข้าออกบันไดไม่เกิน  60  เมตร

                                2.4  ทางเข้าออกหรือช่องประตูสู่บันได  ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า  80  เซนติเมตร  และสูงไม่น้อยกว่า  2.00  เมตร

                                2.5  ต้องมีป้ายเรืองแสง  หรือเครื่องหมายไฟแสงสว่างด้วยไฟสำรองฉุกเฉินบอกทางออกสู่บนไดหนีไฟ  ติดตั้งเป็นระยะตามทางเดินและบริเวณหน้าทางออกสู่บันไดหนีไฟ  ทางออกจากบันไดหนีไฟสู่ภายนอกอาคาร  หรือชั้นที่มีทางบันไดหนีไฟได้ปลอดภัยต่อเนื่อง  ให้ติดตั้งป้ายที่มีแสงสว่างข้อความ  “ทางออก”  หรือเครื่องหมายที่มีแสงสว่างแสดงว่าเป็นทางออกให้ชัดเจน

                3.  โรงมหรสพ  หอประชุมที่สร้างสูงเกินหนึ่งชั้น  หรืออาคารที่ไม่ใช่ตึกแถวตาม 1  ที่มีความสูงเกิน  7  ชั้น  ดาดฟ้า  แต่ไม่เกิน  12  ชั้น  ดาดฟ้า ต้องมีบันไดหนีไฟภายในหรือภายนอกอาคารเพิ่มเติมจากบันไดหลักในอาคาร  ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

                                3.1  ต้องสร้างด้วยวัสดุทนไฟ  บันไดหนีไฟภายในอาคารต้องมีผนังทนไฟโดยรอบ  ส่วนบันไดหนีไฟนอกอาคารต้องมีผนังทนไฟระหว่างบันไดกับตัวอาคาร  และผนังทนไฟต้องมีลักษณะดังนี้

3.1.1           ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กความหนาไม่น้อยกว่า  12  เซนติเมตร

3.1.2           ผนังอิฐ  ความหนาไม่น้อยกว่า  20  เซนติเมตร

3.1.3           ผนังคอนกรีตบล็อค  ความหนาไม่น้อยกว่า  30  เซนติเมตร 

3.1.4           ผนังวัสดุอย่างอื่น  ต้องมีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า  2 ชั่วโมง

3.2  บันไดแต่ละช่วงสูงได้ไม่เกินความสูงระหว่างชั้นของอาคารมีความกว้างไม่น้อยกว่า  90  เซนติเมตร

ลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า  22  เซนติเมตร  และลูกตั้งสูงไม่เกิน  20  เซนติเมตร

                                3.3  ตำแหน่งที่ตั้งต้องมีระยะระหว่างกึ่งกลางทางเข้าออกสู่ตัวบันไดกับกึ่งกลางประตูห้องสุดท้ายด้านทางเดินที่เป็นทางตัน  ไม่เกิน  10  เมตร  ในกรณีที่จำเป็นต้องมีบันไดหนีไฟ  2  ตำแหน่ง  อนุญาตให้ใช้บันไดหลักเป็นบันไดหนีไฟด้วยโดยมีระยะห่างตามทางเดินระหว่างกึ่งกลางทางเข้าออกสู่บันไดไม่เกิน  60  เมตร

                                3.4  ทางเข้าออกหรือช่องประตูสู่บันไดหนีไฟต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า  80  เซนติเมตร  และสูงไม่น้อยกว่า  2.00  เมตร  และต้องมีลักษณะดังนี้

3.4.1  ช่องทางเข้าออกต้องมีบานประตูและวงกบดำด้วยวัสดุที่สามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่า  2

 ชั่วโมง

3.4.2  มีอุปกรณ์ทำให้บานประตูปิดสนิทเพื่อป้องกันควันและเปลวไฟมิให้เข้าสู่บันได  พร้อม

มีอุปกรณ์ควบคุมให้บานประตูปิดอยู่ตลอดเวลาและสามารถผลักเปิดได้ตลอดเวลา  แม้ในขณะที่ประตูได้รับความร้อน

3.4.3  บานประตูต้องเป็นบานเปิดเท่านั้น  ห้ามใช้บานเลื่อนและห้ามมีธรณีประตู

3.4.4  ต้องมีชานพักบันไดระหว่างประตูกับบันไดกว้างไม่น้อยกว่า  1.2  เท่า  ของความกว้าง

ของบันไดนั้นๆ

3.4.5  ทิศทางเปิดของประตูต้องเปิดเข้าสู่บันไดเท่านั้นนอกจากชั้นดาดฟ้า  ชั้นล่างและชั้นที่เข้า

ออกเพื่อหนีไฟสูภายนอกอาคารให้เปิดออกจากห้องบันไดหนีไฟ

3.4.6  ห้ามติดตั้งสายยู  ห่วง  โซ่  กลอน  หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่อาจยึดหรือ

คล้องกุญแจขัดขวางไม่ให้เปิดประตูจากภายในอาคาร

                                                3.4.7  ในกรณีที่ติดตั้งกุญแจกับบานประตูเพื่อป้องกันบุคคลเข้าอาคารจากภายนอกให้ติดตั้งแบบชนิดที่ภายในเปิดออกได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องใช้กุญแจ  ส่วนภายนอกเปิดได้โดยใส่กุญแจเท่านั้น

3.5  ต้องมีป้ายเรืองแสงหรือเครื่องหมายไฟแสงสว่างด้วยไฟสำรองฉุกเฉิน  บอกทางออกสู่บันไดหนีไฟติด

ตั้งเป็นระยะตามทางเดินและบริเวณหน้าประตู  หรือทางออกสู่บันไดหนีไฟ  ส่วนประตูทางออกจากบันไดหนีไฟสู่ภายนอกอาคารหรือชั้นที่มีทางหนีไฟได้ปลอดภัยต่อเนื่องให้ติดตั้งป้ายที่มีแสงสว่างข้อความ  “ทางออก”  หรือเครื่องหมายที่มีแสงสว่างแสดงว่าเป็นทางออกให้ชัดเจน

3.6    บันไดหนีไฟภายในอาคารต้องทำเป็นบันไดที่มีระบบอัดลมภายในความดันในขณะใช้งาน  0.25 – 0.38

มิลลิเมตร  ของน้ำ  ทำงานเป็นแบบอัตโนมัติโดยแหล่งไฟฟ้าสำรองฉุกเฉินเมื่อเกิดเพลิงไหม้

                                3.7  บันไดหนีไฟภายในหรือภายนอกอาคาร  ที่มีผนังสามารถเปิดระบายอากาศได้  ต้องมีช่องเปิดทุกชั้นเพื่อช่วยระบายอากาศ

3.8  ภายในบันไดหนีไฟจะต้องไม่มีสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ  สามารถหนีไฟทางบันไดหนีไฟต่อเนื่องกันถึง

ระดับดินหรือออกสู่ภายนอกอาคารที่ระดับไม่ต่ำกว่าชั้นสองได้โดยสะดวกและปลอดภัย  ต้องมีเฉพาะประตูทางเข้าและทางออกฉุกเฉินเท่านั้น  ห้ามประตูเชื่อมต่อกับห้องอื่น  เช่น  ห้องสุขา  ห้องเก็บของ  เป็นต้น  และต้องมีหมายเลขบอกชั้นของอาคารภายในบันไดหนีไฟ

3.9    ต้องมีระบบการใช้แสงสว่างฉุกเฉินภายในบันไดหนีไฟและหน้าบันไดหนีไฟ  โดยใช้พลังงานไฟฟ้า

สำรองฉุกเฉินอย่างเพียงพอที่สามารถให้แสงสว่างได้มีน้อยกว่า  2  ชั่วโมง  แสงสว่างจะต้องเปิดโดยอัตโนมัติทันทีที่กระแสไฟฟ้าในอาคารขัดข้อง

                4.  อาคารที่ไม่ใช่ตึกแถวตาม 1  ที่มีความสูงเกิน  12  ชั้นขึ้นไป  กำหนดให้มีบันไดหนีไฟเหมือนอาคารตาม  3  แต่ทางหนีไฟที่ต่อเชื่อมระหว่างบันไดหนีไฟที่แยกอยู่คนละที่ไม่ต่อเนื่องกัน  ต้องจัดให้มีระบบอัดลมภายในตาม  3.6  ด้วย  ส่วนบันไดหลักหรือบันไดอื่นที่ใช้สำหรับติดต้อระหว่างชั้น  ตั้งแต่  ชั้น  3  ขึ้นไป  ให้ออกแบบให้ใช้เป็นบันไดหนีไฟเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งบันไดด้วย

                5.  อาคารมีพื้นที่ใช้สอยต่ำกว่าระดับดินมากกว่า  2  ชั้น  ต้องมีบันไดหนีไฟสู่ระดับบันไดหนีไฟภายในอาคารดังรายละเอียดที่กำหนดไว้ตาม  4

                6.  อาคารที่สูงเกิน  7  ชั้น  ให้มีพื้นที่ดาดฟ้าส่วนหนึ่งเป็นที่ว่างเพื้อใช้เป็นทางหนีไฟทางอากาศได้  และต้องจัดให้มีทางหนีไฟบนชั้นดาดฟ้านำไปสู่บันไดหนีไฟได้อีกทางหนึ่ง  หรือมีอุปกรณ์เครื่องช่วยในการหนีไฟจากอาคารลงสู่พื้นดินได้โดยปลอดภัย

                7.  ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับกับอาคารที่ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

8.       ประกาศกรุงเทพมหานครฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น  90  วัน  นับแต่วันประกาศ

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

 

                               

                                                                                                ประกาศ    วันที่  8  พฤศจิกายน  2531

                                                                                                                พลตรี  จำลอง   ศรีเมือง

                                                                                                                           ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม 106  ตอนที่  27  วันที่  16  กุมภาพันธุ์  2532