กฎกระทรวง

ฉบับที่ 33  (.. 2535)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

.. 2522

 

                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  5(3)  และมาตรา  8(1)  (4)  (6)  (7)  และ  (8)  แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร  .. 2522  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้  ดังต่อไปนี้

                ข้อ 1  ในกฎกระทรวงนี้

                                “อาคารสูง”  หมายความว่า  อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้โดยมีความสูงตั้งแต่  23.00  เมตร  ขึ้นไป  การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า  สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูง

                                “อาคารขนาดใหญ่พิเศษ”  หมายความว่า  อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภทโดยมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันตั้งแต่  10,000  ตารางเมตรขึ้นไป

                                “พื้น”  หมายความว่า  พื้นที่ของอาคารที่บุคคลเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ภายในขอบเขตของคานหรือตรงที่รับพื้น  หรือภายในพื้นนั้น  หรือภายในขอบเขตของผนังอาคาร  รวมทั้งเฉลี่ยงหรือระเบียบด้วย

                                “พื้นที่อาคาร”  หมายความว่า  พื้นที่สำหรับนำไปคำนวณหาอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน  ซึ่งไม่รวมถึงพื้นดาดฟ้า  บันไดนอกหลังคา  พื้นที่ติดตั้งเครื่องจักรกลต่างๆ  เท่าที่จำเป็น

                                “ที่ว่าง”  หมายความว่า  พื้นที่อันปราศจากหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุม  เช่น  บ่อน้ำ  สระว่ายน้ำ  หรือที่จอดรถ  และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ของสิ่งก่อสร้างหรืออาคารที่สูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน  1.20  เมตร  และไม่มีหลังคาหรือสิ่งก่อสร้างปกคลุมเหนือระดับนั้น

                                “ถนนสาธารณะ”  หมายความว่า  ถนนที่เปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไปหรือใช้เป็นทางสัญจรได้  ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่

                                “วัสดุทนไฟ”  หมายความว่า  วัสดุก่อสร้างที่ไม่เป็นเชื้อเพลิง

                                “ผนังกันไฟ”  หมายความว่า  ผนังทึบที่ก่อด้วยอิฐธรรมดาหนาไม่น้อย  18 เซนติเมตร  และไม่มีช่องที่ให้ไฟหรือควันผ่านได้  หรือจะเป็นผนังทึบที่ทำด้วยวัสดุทนไฟอย่างอื่นที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไฟได้ดีไม่น้อยกว่าผนังที่ก่อด้วยอิฐธรรมดาหนา  18  เซนติเมตร  ถ้าเป็นผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก  ต้องหนาไม่น้อยกว่า  12  เซนติเมตร

                                “ระบบท่อยืน”  หมายความว่า  ท่อส่งน้ำและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการดับเพลิง

                                “น้ำเสีย”  หมายความว่า  ของเหลวที่ผ่านการใช้แล้วทุกชนิดทั้งที่มีกากและไม่มีกาก

                                “แหล่งรองรับน้ำทิ้ง”  หมายความว่า  ท่อระบายน้ำสาธารณะ  คู  คลอง  แม่น้ำ  ทะเล  และแหล่งน้ำสาธารณะ

                                “ระบบบำบัดน้ำเสีย”  หมายความว่า  กระบวนการทำหรือการปรับปรุงน้ำเสียให้มีคุณภาพเป็นน้ำทิ้ง  รวมทั้งการทำให้น้ำทิ้งพ้นไปจากอาคาร

                                “ระบบประปา”  หมายความว่า  ระบบการจ่ายน้ำเพื่อใช้และดื่ม

                                “มูลฝอย”  หมายความว่า  มูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

                                “ที่พักมูลฝอย”  หมายความว่า  อุปกรณ์หรือสถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บกักมูลฝอยเพื่อรอการขนย้ายไปยังที่พักรวมมูลฝอย

                                “ที่พักรวมมูลฝอย”  หมายความว่า  อุปกรณ์หรือสถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บกักมูลฝอย  เพื่อรอการขนไปกำจัด

                                “ลิฟต์ดับเพลิง”  หมายความว่า  ลิฟต์ที่พนักงานดับเพลิงสามารถควบคุมการใช้ได้ขณะเกิดเพลิงไหม้

                ข้อ 1  ทวิ  กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารจอดรถซึ่งติดตั้งระบบเคลื่อนย้ายรถด้วยเครื่องจักรกลที่ได้รับการคำนวณออกแบบเพื่อใช้ประโยชน์ในการจอดรถโดยเฉพาะ

               

หมวด 1

ลักษณะของอาคาร  เนื้อที่ว่างของภายนอกอาคารและแนวอาคาร

            ข้อ 2  ที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่อาคารรวมไม่เกิน  30,000  ตารางเมตร  ต้องมีด้านหนึ่งด้านใดของที่ดินนั้นยาวไม่น้อยกว่า  12.00  เมตร  ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า  10.00  เมตร  และถนน  สาธารณะนั้นต้องมีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า  10.00  เมตร  ยาวต่อเนื่องกันโดยตลอดนับตั้งแต่ที่ตั้งอาคารจนไปเชื่อมต่อกับถนนสาธารณะอื่นที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า  10.00  เมตร

                สำหรับที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของอาคารสูง  หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่อาคารมากกว่า  30.00  ตารางเมตร  ต้องมีด้านหนึ่งด้านใดของที่ดินนั้นยาวไม่น้อยกว่า  12.00  เมตร  ติดถนนสาธารณะที่มีเขตกว้างไม่น้อยกว่า  18.00  เมตร  และถนนสาธารณะนั้นต้องมีเขตกว้างไม่น้อยกว่า  18.00  เมตร  ยาวต่อเนื่องกันโดยตลอด  เป็นระยะทางไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของถนนสาธารณะนั้น  หรือไม่น้อยกว่า  500.00  เมตร  นับตั้งแต่ที่ตั้งของอาคาร

                ข้อ 3  อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีถนนหรือที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุมโดยรอบอาคารกว้างไม่น้อยกว่า  6.00  เมตร  และรถดับเพลิงสามารถเข้าออกได้โดยสะดวก

                ที่ว่างตามวรรคหนึ่ง  ให้รวมระยะเขตห้ามก่อสร้างอาคารบางชนิดหรือบางประเภทริมถนน  หรือทางหลวงตามข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นที่ว่างได้

                ในกรณีที่มีข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวสร้างหรือขยายถนนใช้บังคับ  ให้เริ่มที่ว่างตามวรรคหนึ่งตั้งแต่แนวนั้น

                ข้อ 4  พื้นหรือผนังของอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องห่างเขตที่ดินของผู้อื่นและถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า  6.00  เมตร

                ข้อ 5  อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นต่อพื้นที่ดินของอาคารทุกหลังที่ก่อสร้างขึ้นในที่ดินแปลงเดียวกันไม่เกิน  10  ต่อ  1

                ข้อ 6  อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีที่ว่างอันปราศจากสิ่งปกคลุมไม่น้อยกว่าอัตราส่วน  ดังต่อไปนี้

(1)     อาคารอยู่อาศัยต้องมีที่ว่างอันปราศจากสิ่งปกคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ  30  ของพื้นที่ดินแปลงนั้น

(2)     อาคารพาณิชย์  โรงงาน  อาคารสาธารณะและอาคารอื่นที่ไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัย  ต้องมีที่ว่างอันปราศ

จากสิ่งปกคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ  10  ของพื้นที่ดินแปลงนั้น  แต่ถ้าอาคารนั้นใช้ป็นที่อยู่อาศัยรวมอยู่ด้วยต้องมีที่ว่างอันปราศจากสิ่งปกคลุมตาม  (1)

                ข้อ  7  อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีส่วนของพื้นที่อาคารต่ำกว่าระดับพื้นดินต้องมีระบบระบายอากาศและระบบบำบัดน้ำเสียและการระบายน้ำทิ้งตามหมวด  2  และหมวด  3   แยกเป็นอิสระจากระบบระบายอากาศและระบบบำบัดน้ำเสียและการระบายน้ำทิ้งส่วนเหนือพื้นดิน

                พื้นที่อาคารส่วนที่ต่ำกว่าระดับพื้นดินตามวรรคหนึ่ง  ห้ามใช้เป็นที่อยู่อาศัย

                ข้อ 8  พื้นอาคารส่วนที่ต่ำกว่าระดับถนนหน้าอาคารตั้งแต่ชั้นที่ 3  ลงไปหรือต่ำกว่าระดับถนนหน้าอาคารตั้งแต่  7.00  เมตรลงไป  ต้องจัดให้มีระบบลิฟต์ตามหมวด  6  และต้องจัดให้มีบันไดหนีไฟที่มีระบบแสงสว่างและระบบอัดลมที่มีความดันขณะใช้งานไม่น้อยกว่า  3.86  เมกะปาสกาลมาตร  ทำงานอยู่ตลอดเวลา  ผนังบันไดหนีไฟทุกด้านต้องเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหนาไม่น้อยกว่า  10  เซนติเมตร  เพื่อใช้เป็นที่หนีภัย  ในกรณีฉุกเฉินได้  บันไดหนีไฟนี้ต้องอยู่ห่างกันไม่เกิน  60.00  เมตร  โดยวัดตามแนวทางเดิน

 

หมวด 2

ระบบระบายอากาศ  และระบบป้องกันเพลิงไหม้

 

            ข้อ 9  การระบายอากาศในอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องจัดให้มีการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ  หรือโดยวิธีกล  ดังต่อไปนี้

                                (1)  การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ  ให้ใช้เฉพาะกับพื้นที่มีผนังด้านนอกอย่างน้อยหนึ่งด้าน  โดยให้มีช่องเปิดสู่ภายนอกอาคารได้  เช่น  ประตู  หน้าต่าง  หรือบานเกร็ด  ซึ่งต้องเปิดไว้ระหว่างใช้สอยพื้นที่นั้นๆ  และพื้นที่ของช่องเปิดนี้ต้องเปิดได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ  10  ของพื้นนั้น

                                (2)  การระบายอากาศโดยวิธีกล  ให้ใช้กับพื้นอาคารใดก็ได้  โดยให้มีกลอุปกรณ์ขับเคลื่อนอากาศเพื่อให้เกิดการนำอากาศภายนอกเข้ามาตามอัตราดังต่อไปนี้

 

การระบายอากาศ

ลำดับ

สถานที่

อัตราการระบายอากาศไม่น้อยกว่าจำนวน

เท่าของปริมาตรของห้องใน 1 ชั่วโมง

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

ห้องน้ำ ห้องส้วมของที่พักอาศัยหรือสำนักงาน

ห้องน้ำ ห้องส้วมของอาคารสาธารณะ

ที่จอดรถที่อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน

โรงงาน

โรงมหรสพ

สถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม

สำนักงาน

ห้องพักในโรงแรมหรืออาคารชุด

ห้องครัวของที่พักอาศัย

ห้องครัวของสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม

ลิฟต์โดยสารและลิฟต์ดับเพลิง

2

4

4

4

4

7

7

7

12

24

30

 

 

               

                สำหรับห้องครัวของสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มจะให้มีอัตราการระบายอากาศน้อยกว่าที่กำหนดได้  แต่ต้องมีการระบายอากาศคลุมแห่งที่เกิดของกลิ่น  ควัน  หรือก๊าซที่ต้องการระบาย  ทั้งนี้  ต้องไม่น้อยกว่า  12  เท่าของปริมาตรของห้องใน 1  ชั่วโมง

                สถานที่อื่นๆ  ที่มิได้ระบุไว้ในตารางให้ใช้อัตราการระบายอากาศของสถานที่ที่ลักษณะใกล้เคียงกัน

                ตำแหน่งช่องนำอากาศเข้าโดยวิธกล  ต้องห่างจากที่เกิดอากาศเสียและช่องระบายอากาศทิ้งไม่น้อยกว่า  5.00  เมตร  สูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า  1.50  เมตร

                การนำอากาศเข้าและการระบายอากาศทิ้งโดยวิธีกล  ต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง

                ข้อ 10  การระบายอากาศในอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีการปรับภาวะอากาศ  ด้วยระบบปรับภาวะอากาศ  ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

                (1)  ต้องมีการนำอากาศภายนอกเข้ามาในพื้นที่ปรับภาวะอากาศหรือดูดอากาศจากภายในพื้นที่ปรับภาวะอากาศไปไม่น้อยกว่าอัตราดังต่อไปนี้

 

การระบายอากาศในกรณีที่มีระบบปรับภาวะอากาศ

ลำดับ

สถานที่

ลูกบาศก์ / ชั่วโมง / ตารางเมตร

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

 

17

18

19

 

 

 

ห้างสรรพสินค้า  (ทางเดินชมสินค้า)

โรงงาน

สำนักงาน

สถานอาบ  อบ  นวด

ชั้นติดต่อธุระกับธนาคาร

ห้องพักในโรงแรมหรืออาคารชุด

ห้องปฏิบัติการ

ร้านตัดผม

สถานโบว์ลิ่ง

โรงมหรสพ  (บริเวณที่นั่งสำหรับคนดู)

ห้องเรียน

สถานบริการร่างกาย

ร้านเสริมสวย

ห้องประชุม

ห้องน้ำ  ห้องส้วม

สถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม

(ห้องรับประทานอาหาร)

ไนต์คลับ  บาร์  หรือสถานลีลาศ

ห้องครัว

โรงพยาบาล

 -  ห้องคนไข้

  -  ห้องผ่าตัดและห้องคลอด

  -  ห้อง  ไอ.ซี.ยู

2

2

2

2

2

2

2

3

4

4

4

5

5

6

10

10

 

10

30

 

2

8

5

 

สถานที่อื่นๆ  ที่มิได้ระบุไว้ในตารางให้ใช้อัตราการระบายอากาศของสถานที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

                                (2)  ห้ามนำสารทำความเย็นชนิดเป็นอันตรายต่อร่างกาย  หรือติดไฟได้ง่ายมาใช้กับระบบปรับภาวะอากาศที่ใช้สารทำความเย็นโดยตรง

                                (3)  ระบบปรับภาวะอากาศด้วยน้ำ  ห้ามต่อท่อน้ำของระบบปรับภาวะอากาศเข้ากับท่อน้ำของระบบประปาโดยตรง

                                (4)  ระบบท่อลมของระบบปรับภาวะอากาศต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

                                                ()  ท่อลม  วัสดุหุ้มท่อลม  และวัสดุบุภายในท่อลม  ต้องเป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟและไม่เป็นส่วนที่ทำให้เกิดควันเมื่อเกิดเพลิงไหม้

                                                ()  ท่อลมส่วนที่ติดตั้งผ่านผนังกันไฟหรือพื้นที่ทำด้วยวัสดุทนไฟต้องติดตั้งลิ้นกันไฟที่ปิดอย่างสนิทโดยอัตโนมัติ  เมื่ออุณหภูมิสูงเกินกว่า  74  องศาเซลเซียส  และลิ้นกันไฟต้องมีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า  1  ชั่วโมง  30  นาที

                                                ()  ห้ามใช้ทางเดินร่วม  บันได  ช่องบันได  ช่องลิฟต์ของอาคารเป็นส่วนหนึ่งของระบบท่อลมส่งหรือระบบท่อลมกลับ  เว้นแต่ส่วนที่เป็นพื้นที่ว่างระหว่างเพดานกับพื้นห้องชั้นเหนือขึ้นไปหรือหลังคาที่มีส่วนประกอบของเพดานที่มีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า  1  ชั่วโมง

                                (5)  การขับเคลื่อนอากาศของระบบปรับภาวะอากาศต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

                                                ()  มีสวิตซ์พัดลมของระบบการขับเคลื่อนอากาศที่ปิดเปิดด้วยมือติดตั้งในที่ที่เหมาะสมและสามารถปิดสวิตซ์ได้ทันทีเมื่อเกิดเพลิงไหม้

                                                ()  ระบบปรับภาวะอากาศที่มีลมหมุนเวียนตั้งแต่  50  ลูกบาศก์เมตรต่อนาทีขึ้นไป  ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันหรืออุปกรณ์ตรวจสอบการเกิดเพลิงไหม้ที่มีสมรรถนะไม่ด้อยกว่าอุปกรณ์ตรวจจับควันซึ่งสามารถบังคับให้สวิตซ์หยุดการทำงานของระบบได้โดยอัตโนมัติ

                ทั้งนี้  การออกแบบและควบคุมการติดตั้งระบบปรับภาวะอากาศและระบบอากาศในอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องดำเนินการโดยผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตั้งแต่ประเภทสามัญวิศวกรขึ้นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

                ข้อ 11  อาคารสูงหรืออาคาราขนาดใหญ่พิเศษต้องมีระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าเพื่อการแสงสว่างหรือกำลัง  ซึ่งต้องมีการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  ในกรณีที่อยู่นอกเขตความรับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  ให้ใช้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยทางไฟฟ้าของสำนักงานพลังงานแห่งชาติ

                ระบบจ่ายไฟฟ้าต้องมีสวิตซ์ประธานซึ่งติดตั้งในที่ที่จัดไว้โดยเฉพาะแยกจากบริเวณที่ใช้สอยเพื่อการอื่น  ในการนี้จะจัดไว้เป็นห้องตากหากสำหรับกรณีติดตั้งภายในอาคาร  หรือจะแยกเป็นอาคารโดยเฉพาะก็ได้

                การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าหรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า  ให้นำความในวรรคสองมาใช้บังคับ  โดยจะรวมบริเวณที่ติดตั้งสวิตซ์ประธาน  หม้อแปลงไฟฟ้า  และเครื่องกำเนินไฟฟ้าไว้ในที่เดียวกันก็ได้

                เมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้าเต็มที่ตามที่กำหนดในแบบแปลนระบบไฟฟ้า  แรงดันไฟฟ้าที่สายวงจรย่อยจะแตกต่างจากแรงดันไฟฟ้าที่แผงสวิตซ์ประธานได้ไม่เกินร้อยละห้า

                ข้อ 12  แผงสวิตซ์วงจรย่อยทุกแผงของระบบไฟฟ้าต้องต่อลงดิน

                การต่อลงดิน  หลักสายดิน  และวิธีการต่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง  หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในกรณีที่อยู่นอกเขตความรับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ใช้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยทางไฟฟ้าของสำนักงานพลังงานแห่งชาติ

                ข้อ 13  อาคารสูงต้องมีระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า  ซึ่งประกอบด้วยเสาล่อฟ้า  สายล่อฟ้า  สายตัวนำ  สายนำลงดิน  และสายดินที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบสำหรับสายนำลงดินต้องมีขนาดพื้นที่ภาคตัดขวางเทียบได้ไม่น้อยกว่าสายทองแดงดีเกลียว  ขนาด  30  ตารางมิลลิเมตร  สายนำลงดินนี้ต้องเป็นระบบที่แยกเป็นอิสระจากระบบสายดินอื่น

                อาคารแต่ละหลังต้องมีสายตัวนำโดยรอบอาคาร  และมีสายนำลงดินต่อจากสายนำห่างกันทุกระยะไม่เกิน  30  เมตร  วัดตามแนวขอบรอบอาคาร  ทั้งนี้  สายนำลงดินของอาคารแต่ละหลังต้องมีไม่น้อยกว่าสองสาย

                เหล็กเสริมหรือเหล็กรูปพรรณในโครงการสร้างอาคารอาจใช้เป็นสายนำลงดินได้  แต่ต้องมีระบบการถ่ายประจุไฟฟ้าจากโครงสร้างสู่หลักสายดินได้ถูกต้องตามหลักวิชาการช่าง

                ระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่าให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยทางไฟฟ้าของสำนักงานพลังงานแห่งชาติ

                ข้อ 14  อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองสำหรับกรณ๊ฉุกเฉินแยกเป็นอิสระจากระบบอื่น  และสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติเมื่อระบบจ่ายไฟฟ้าปกติหยุดทำงาน

                แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองสำหรับฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง  ต้องสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้เพียงพอตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

                                (1)  จ่ายพลังงานไฟฟ้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองชั่วโมงสำหรับเครื่องหมายแสดงทางฉุกเฉิน  ทางเดิน  ห้องโถง  บันได  และระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้

                                (2)  จ่ายพลังงานไฟฟ้าตลอดเวลาที่ใช้งานสำหรับลิฟต์ดับเพลิง  เครื่องสูบน้ำดับเพลิงห้องช่วยชีวิตฉุกเฉินระบบสื่อสาร  เพื่อความปลอดภัยของสาธารณะและกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพอนามัยเมื่อกระแสไฟฟ้าขัดข้อง

                ข้อ 15  กระแสไฟฟ้าที่ใช้กับสิฟต์ดับเพลิงต่อจากแผงสวิตซ์ประธานของอาคารเป็นวงจรที่แยกเป็นอิสระจากวงจรทั่วไป

                วงจรไฟฟ้าสำรองสำหรับลิฟต์ดับเพลิงต้องมีการป้องกันอันตรายจากเพลิงไหม้อย่างดีพอ

                ข้อ 16  ในอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ทุกชั้น  ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้อย่างน้อยต้องประกอบด้วย

                                (1)  อุปกรณ์ส่งสัญญาณเพื่อให้หนีไฟที่สามารถส่งเสียงหรือสัญญาณให้คนที่อยู่ในอาคารได้ยินหรือทราบอย่างทั่วถึง

                                (2)  อุปกรณ์แจ้งเหตุที่มีทั้งระบบแจ้งเหตุอัตโนมัติและระบบแจ้งเหตุที่ใช้มือเพื่อให้อุปกรณ์ตาม  (1)  ทำงาน

                ข้อ 17  แบบแปลนระบบไฟฟ้าให้ประกอบด้วย

                                (1)  แผนผังวงจรไฟฟ้าของแต่ละชั้นของอาคารที่มีมาตราส่วนเช่นเดียวกับที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยขนาดของแบบแปลนที่ต้องยื่นประกอบการขออนุญาตในการก่อสร้างอาคารซึ่งแสดงถึง

                                                ()  รายละเอียดการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในแต่ละวงจรย่อยของระบบไฟฟ้าแสงสว่างและกำลัง

(ข)     รายละเอียดการเดินสายและการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้

(ค)    รายละเอียดการเดินสายและการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน

                                (2)  แผนผังวงจรไฟฟ้าแสดงรายละเอียดของระบบสายดิน  สายประธานต่างๆ  รวมทั้งรายละเอียดของระบบ

ป้องกันสายประธานดังกล่าวและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของทุกระบบ

(3)     รายการประกอบแบบแสดงรายละเอียดของการใช้ไฟฟ้า

(4)     แผนผังวงจรและการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า  แผงควบคุมหรือแผงจ่ายไฟฟ้า  และระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้า

สำรอง

(4)  แผนผังวงจรและการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า  แผงควบคุมหรือแผงจ่ายไฟฟ้า  และระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง

(5)     แผนผังและรายละเอียดการเดินสายและการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดของระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า

ข้อ 18  อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีระบบป้องกันเพลิงไหม้ซึ่งประกอบด้วยระบบท่อยืน  ที่เก็บน้ำสำรอง 

และหัวรับน้ำดับเพลิงดังต่อไปนี้

                                (1)  ท่อยืนต้องเป็นโลหะผิวเรียบที่สามารถทนความดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า  1.2  เมกะปาสกาลมาตร  โดยท่อดังกล่าวต้องทาด้วยสีน้ำมันสีแดงและติดตั้งตั้งแต่ชั้นล่างสุดไปยังชั้นสูงสุดของอาคาร  ระบบท่อยืนทั้งหมดต้องต่อเข้ากับท่อประธานส่งน้ำและระบบส่งน้ำจากแหล่งจ่ายน้ำของอาครและจากหัวรับน้ำดับเพลิงนอกอาคาร

                                (2)  ทุกชั้นของอาคารต้องจัดให้มีตู้หัวฉีดน้ำดับเพลิงที่ประกอบด้วยหัวต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงพร้อมสายฉีดน้ำดับเพลิงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  25  มิลลิเมตร  (1 นิ้ว)  และหัวต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงชนิดหัวต่อสวมเร็วขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  65  มิลลิเมตร  (2 ½  นิ้ว)  พร้อมทั้งฝาครอบและโซ่ร้อยติดไว้ทุกระยะห่างกันไม่เกิน  64.00  เมตร  และเมื่อใช้สายฉีดน้ำดับเพลิงยาวไม่เกิน  30.00  เมตร  ต่อจากตู้หัวฉีดน้ำดับเพลิงแล้วสามารถนำไปใช้ดับเพลิงในพื้นที่ทั้งหมดในชั้นนั้นได้

                                (3)  อาคารสูงต้องมีที่เก็บน้ำสำรองเพื่อใช้เฉพาะในการดับเพลิงและต้องมีระบบส่งน้ำที่มีความดันต่ำสุดที่หัวต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงที่ชั้นสูงสุดไม่น้อยกว่า  0.45  เมกะปาสกาลมาตร  แต่ไม่เกิน  0.7  เมกะปาสกาลมาตร  ด้วยอัตราการไหล  30  ลิตรต่อวินาที  โดยให้มีประตูน้ำปิดเปิดและประตูน้ำกันน้ำไหลกลับอัตโนมัติด้วย

(4)     หัวรับน้ำดับเพลิงที่ติดตั้งภายนอกอาคารต้องเป็นชนิดข้อต่อสวมเร็วขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  65

มิลลิเมตร  (2 ½ นิ้ว)  ที่สามารถรับน้ำจากรถดับเพลิงที่มีข้อต่อสวมเร็วแบบมีเขี้ยวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  65  มิลลิเมตร

 (2 ½ นิ้ว)  ที่หัวรับน้ำดับเพลิงต้องมีฝาปิดเปิดที่มีโซ่ร้อยติดไว้ด้วย  ระบบท่อยืนทุกชุดต้องมีหัวรับน้ำดับเพลิงนอกอาคารหนึ่งหัวในที่ที่พนังงานดับเพลิงเข้าถึงได้โดยสะดวกรวดเร็วที่สุด  และให้อยู่ใกล้หัวท่อดับเพลิงสาธารณะมากที่สุด  บริเวณใกล้หัวรับน้ำดับเพลิงนอกอาคารต้องมีข้อความเขียนด้วยสีสะท้อนแสงว่า  “หัวรับน้ำดับเพลิง” 

                                (5)  ปริมาณการส่งจ่ายน้ำสำรองต้องมีปริมาณการจ่ายไม่น้อยกว่า  30  ลิตรต่อวินาทีสำหรับท่อยืนท่อแรกและไม่น้อยกว่า  15  ลิตรต่อวินาที  สำหรับท่อยืนแต่ละท่อที่เพิ่มขึ้นในอาคารหลังเดียวกัน  แต่รวมแล้วไม่จำเป็นต้องมากกว่า  95  ลิตรต่อวินาที  และสามารถส่งจ่ายน้ำสำรองได้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า  30  นาที

                ข้อ 19  อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ  นอกจากต้องมีระบบป้องกันเพลิงไหม้ตามข้อ  18  แล้ว ต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงแบบมือถือตามชนิดและขนาดที่เหมาะสมสำหรับดับเพลิงที่เกิดจากประเภทของวัสดุที่มีแต่ละชั้น  โดยให้มีหนึ่งเครื่องต่อพื้นที่อาคารไม่เกิน  1,000  ตารางเมตร  ทุกระยะไม่เกิน  45.00  เมตร  แต่ไม่น้อยกว่าชั้นละ  1  เครื่อง

                การติดตั้งเครื่องดับเพลิงตามวรรคหนึ่ง  ต้องติดตั้งให้ส่วนบนสุดของตัวเครื่องสูงจากระดับพื้นอาคารไม่เกิน  1.50  เมตร  ในที่มองเห็น  สามารถอ่านคำแนะนำการใช้ได้และสามารถเข้าใช้สอยได้โดยสะดวก

                เครื่องดับเพลิงแบบมือถือต้องมีขนาดบรรจุสารเคมีไม่น้อยกว่า  4  กิโลกรัม

                ข้อ 20  อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องจัดให้มีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ  เช่น  SPRINKLE  SYSTEM  หรือระบบที่เทียบเท่า ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองทันทีเมื่อมีเพลิงไหม้  โดยให้สามารถทำงานครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดทุกชั้นในการนี้  ให้แสดงแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนของระบบดับเพลิงอัตโนมัติในแต่ละชั้นของอาคารไว้ด้วย

                ข้อ 21  แบบแปลนระบบท่อน้ำต่างๆ  ในแต่ละชั้นของอาคารให้มีมาตราส่วนเช่นเดียวกับที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยขนาดของแบบแปลนที่ต้องยื่นประกอบการขออนุญาตในการก่อสร้างอาคารโดยให้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

(1)     ระบบท่อน้ำประปาที่แสดงแผนผังการเดินท่อเป็นระบบจากแหล่งจ่ายน้ำไปสู่อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ทั้งหมด

(2)     ระบบท่อน้ำดับเพลิงที่แสดงแผนผังการเดินท่อเป็นระบบจากแหล่งจ่ายน้ำ  หรือหัวรับน้ำดับเพลิงไปสู่หัว

ต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงและที่เก็บน้ำสำรอง

                                (3)  ระบบท่อระบายน้ำที่แสดงแผนผังการเดินท่อระบายน้ำฝน  การเดินท่อน้ำเสียจากสุขภัณฑ์และท่อน้ำเสียอื่นๆ  จนถึงระบบบำบัดน้ำเสีย  รวมทั้งการเดินท่อระบายอากาศของระบบท่อน้ำเสีย

                                (4)  ระบบการเก็บและจ่ายน้ำจากที่เก็บน้ำสำรอง

                ข้อ 22  อาคารสูงต้องมีบันไดหนีไฟจากชั้นสูงสุดหรือดาดฟ้าสู่พื้นดินอย่างน้อย  2  บันไดตั้งอยู่ในที่ที่บุคคลไม่ว่าจะอยู่    จุดใดของอาคารสามารถมาถึงบันไดหนีไฟได้สะดวก  แต่ละบันไดหนีไฟต้องอยู่ห่างกันไม่เกิน  60.00  เมตร  เมื่อวัดตามแนวทางเดิน

                ระบบบันไดหนีไฟตามวรรคหนึ่งต้องแสดงการคำนวณให้เห็นว่าสามารถใช้ลำเลียงบุคคลทั้งหมดในอาคารออกนอกอาคารได้ภายใน  1  ชั่วโมง

                ข้อ 23  บันไดหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟและไม่ผุกร่อน  เช่น  คอนกรีตเสริมเหล็ก  เป็นต้น  มีความกว้างไม่น้อยกว่า  90  เซนติเมตร  ลูกนอนกว้างไม่น้อยกว่า  22  เซนติเมตร  และลูกตั้งสูงไม่เกิน  20  เซนติเมตร  มีชานพักกว้างไม่น้อยกว่า  90  เซนติเมตร  และมีราวบันไดอย่างน้อยหนึ่งด้าน

                ห้ามสร้างบันไดหนีไฟเป็นแบบบันไดเวียน

                ข้อ 24  บันไดหนีไฟและชานพักส่วนที่อยู่ภายนอกอาคารต้องมีผนังด้านที่บันไดพาดผ่านเป็นผนังกันไฟ

                ข้อ 25  บันไดหนีไฟที่อยู่ภายในอาคารต้องมีอากาศถ่ายเทจากภายนอกอาคารได้  แต่ละชั้นต้องมีช่องระบายอากาศที่มีพื้นที่รวมกันกันไม่น้อยกว่า  1.4  ตารางเมตร  เปิดสู่ภายนอกอาคารได้  หรือมีระบบอัดลมภายในช่องบันไดหนีไฟที่มีความดันลมขณะใช้งานไม่น้อยกว่า  3.86  เมกะปาสกาลมาตรที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้

                ข้อ 26  บันไดหนีไฟที่อยู่ภายในอาคารต้องมีผนังกันไฟโดยรอบ  ยกเว้นช่องระบายอากาศและต้องมีแสงสว่างจากระบบไฟฟ้าฉุกเฉินให้มองเห็นช่องทางได้ขณะเพลิงไหม้  และมีป้ายบอกชั้นและป้ายบอกทางหนีไฟที่ด้านในและด้านนอกของประตูหนีไฟทุกชั้นด้วยตัวอักษรที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน  โดยตัวอักษรต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า  10  เซนติเมตร

                ข้อ 27  ประตูหนีไฟต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ  เป็นบานเปิดชนิดผนักออกสู่ภายนอกพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ชนิดที่บังคับให้บานประตูปิดได้เอง  มีความกว้างไม่น้อยกว่า  90  เซนติเมตร  สูงไม่น้อยกว่า  1.90  เมตร  และต้องสามารถเปิดออกได้โดยสะดวกตลอดเวลา  ประตูหรือทางออกสู่บันไดหนีไฟต้องไม่มีชั้นหรือธรณีประตูหรือขอบกั้น

                ข้อ 28  อาคารสูงต้องจัดให้มีช่องทางเฉพาะสำหรับบุคคลภายนอกเข้าไปบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดในอาคารได้ทุกชั้น  ช่องทางเฉพาะนี้จะเป็นลิฟต์ดับเพลิงหรือช่องบันไดหนีไฟก็ได้  และทุกชั้นต้องจัดให้มีช่องว่างที่มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า  6.00  ตารางเมตร  ติดต่อกับช่องทางนี้  และเป็นบริเวณที่ปลอดจากเปลวไฟและควันเช่นเดียวกับช่องบันไดหนีไฟและเป็นที่ตั้งของตู้หัวฉีดน้ำดับเพลิงประจำชั้นของอาคาร

                ข้อ 29  อาคารสูงต้องมีดาดฟ้าและมีพื้นที่บนดาดฟ้าขนาดกว้าง  ยาว  ด้านและไม่น้อยกว่า  6.00  เมตร  เป็นที่ว่างเพื่อใช้เป็นทางหนีไฟทางอากาศได้  และต้องจัดให้มีทางหนีไฟบนชั้นดาดฟ้านำไปสู่บันไดหนีไฟได้สะดวกทุกบันได  และมีอุปกรณ์เครื่องช่วยในการหนีไฟจากอาคารลงสู่พื้นดินได้โดยปลอดภัย

 

หมวด 3

ระบบบำบัดน้ำเสียและการระบายน้ำทิ้ง