กฎกระทรวง
ฉบับที่ 44 (พ.ศ. 2538)
พ.ศ. 2522
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5(3) และมาตรา 8(6) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. 2522
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวง ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้
น้ำเสีย
หมายความว่า
ของเหลวที่ผ่านการใช้แล้วทุกชนิดทั้งที่มีกากและไม่มีมาก
ระบบบำบัดน้ำเสีย
หมายความว่า
กระบวนการทำหรือปรับปรุงน้ำเสียให้มีคุณภาพเป็นน้ำทิ้ง รวมทั้งการทำให้น้ำทิ้งพ้นไปจากอาคาร
น้ำทิ้ง หมายความว่า
น้ำจากอาคารที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียแล้วจนมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่กำหนดการที่จะระบายลงแหล่งรองรับน้ำทิ้งได้
แหล่งรองรับน้ำทิ้ง
หมายความว่า ท่อระบายน้ำสาธารณะ คู คลอง แม่น้ำ ทะเล และแหล่งน้ำสาธารณะ
ข้อ 2 อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงต้องมีการระบายน้ำฝนออกจากอาคารที่เหมาะสมและเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นหรือเกิดน้ำไหลนองไปยังที่ดินอื่นที่มีเขตติดต่อกับเขตที่ดินที่เป็นที่ตั้งของอาคารนั้น
การระบายน้ำฝนออกจากอาคารตามวรรหนึ่งจะระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งโดยกตรงก็ได้
ข้อ 3 อาคารประเภทและลักษณะดังต่อไปนี้
ต้องจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการปรับปรุงน้ำเสียจากอาคารให้เป็นน้ำทิ้งที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในข้อ
4
ก่อนที่จะระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง
(1)
ประเภทอาคาร ก
(ก) อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดที่มีจำนวนห้องชุดรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียว
กันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 500 ชุด
(ข) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลังรวมกันเกิน 200 ห้อง
(ค) สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกัน
ทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 300 เตียง
(ง) อาคารที่ก่อสร้างในที่ดินของบุคคลที่ได้อนุญาตให้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่
ดินเกิน 500 หลัง
(จ) สถานศึกษาที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 25,000
ตารางเมตร
(ฉ) อาคารที่ทำการของราชการ รัฐวิสาหกิจ
องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 55,000 ตารางเมตร
(ช) ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 25,000 ตารางเมตร
(ซ) ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 2,500 ตารางเมตร
(ฌ) ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 2,500 ตารางเมตร
(2) อาคารประเภท ข
(ก) อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดที่มีจำนวนห้องชุดรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 100 ห้องชุด แต่ไม่เกิน 500
ห้องชุด
(ข) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 60 ห้อง แต่ไม่เกิน 200
ห้อง
(ค) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจำนวนห้องนอนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 250 ห้อง
(ง) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 5,000 ตารางเมตร
(จ) สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสภานพยาบาลที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 10 เตียง แต่ไม่เกิน 30 เตียง
(ฉ) อาคารที่ก่อสร้างในที่ดินของบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินเกิน 100 หลัง แต่ไม่เกิน 500
หลัง
(ช) สถานศึกษาที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 5,000
ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 25,000
ตารางเมตร
(ซ) อาคารที่ทำการของราชการ รัฐวิสาหกิจ
องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 10,000 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 55,000
ตารางเมตร
(ฌ) ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 5,000 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 25,000
ตารางเมตร
(ญ) ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 1,500 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 2,500
ตารางเมตร
(ฎ) ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 500 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 2,500
ตารางเมตร
(ฏ) อาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 10,000 ตารางเมตร
(3) อาคารประเภท ค
(ก)
อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดทีมีจำนวนห้องชุดรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 100 ห้องชุด
(ข) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 60 ห้อง
(ค) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจำนวนห้องนอนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 50 ห้อง แต่ไม่เกิน 250
ห้อง
(ง) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 1,000 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 5,000
ตารางเมตร
(จ) อาคารที่ก่อสร้างในที่ดินของบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินเกิน 10 หลัง แต่ไม่เกิน 100
หลัง
(ฉ) อาคารที่ทำการของราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 5,000 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 10,000
เมตร
(ช) ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน
1,000
ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 5,000 ตารางเมตร
(ซ) ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 500 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 1,500
ตารางเมตร
(ฌ) ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน
100 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 500
ตารางเมตร
(ญ) อาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 2,000 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 10,000
ตารางเมตร
(4)
อาคารประเภท
ง
(ก)
หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจำนวนห้องนอนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือ
หลายหลังรวมกันไม่เกิน 50 ห้อง
(ข) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร
(ค) สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 10 เตียง
(ง) สถานศึกษาที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 5,000
ตารางเมตร
(จ) อาคารที่ทำการของราชการของราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 5,000 ตารางเมตร
(ฉ) ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร
(ช) ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรมกันไม่เกิน 500 ตารางเมตร
(ซ) ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 100 ตารางเมตร
(ฌ) อาคารอยุ่อาศัยรวมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร
ข้อ 4 น้ำทิ้งจากอาคารที่จะระบายจากอาคารลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งได้ต้องมีคุณภาพน้ำทิ้งตามประเภทของอาคารตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้ง ดังต่อไปนี้
มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้ง
|
อาคารประเภท
|
|||
ก.
|
ข.
|
ค.
|
ง.
|
|
|
1. พีเอช 2. บีโอดี
ไม่เกิน (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร) 3. ปริมาณสารแขวนลอย ไม่เกิน (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร) 4. ปริมาณสารละลายที่เพิ่มขึ้นจากน้ำใช้ ไม่เกิน (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร) 5. ปริมาณตะกอนหนัก ไม่เกิน (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร) 6. ทีเคเอ็น
ไม่เกิน (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร) 7. ออร์แกนิก
ไนโตรเจน
ไม่เกิน (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร) 8. แอมโมเนีย ไนโตรเจน ไม่เกิน (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร) 9. น้ำมันและไขมัน ไม่เกิน (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร) 10. ซัลไฟด์
ไม่เกิน
(มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร) |
5 9 20 30 500 0.5 - 10 - 20 1.0 |
5 9 30 40 500 0.5 - 10 - 20 1.0 |
5 9 60 50 500 0.5 40 15 25 20 3.0 |
5 9 90 60 500 0.5 40 15 25 20 4.0 |
พีเอช
หมายความว่า
ค่าของความเป็นกรดและด่างของน้ำที่เกิดจากค่าลบของล็อคฐานสิบของความเข้มข้นเป็นโมลของอนุมูลไฮโดรเจน
บีโอดี หมายความว่า
ปริมาณออกซิเจนที่แบคทีเรียใช้ในการย่อยสารอินทรีย์ชนิดที่ย่อยสลายได้ภายใต้ภาวะของออกซิเจนที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ในเวลาห้าวัน
ซึ่งใช้เป็นการตรวจวัดระดับปริมาณสารอินทรีย์ที่มีอยู่ในตัวอย่างน้ำนั้นๆ
ปริมาณสารแขวนลอย
หมายความว่า สารที่ตกค้างบนแผ่นกรองในการกรองน้ำผ่านแผ่นกรองประเภท Glass fiber filter disks
เส้นผ่านศูนย์กลาง 4.7 เซนติเมตร เช่น Whatman type GF / C หรือ Gelman type A
ปริมาณสารละลาย
หมายความว่า
สารที่ละลายอยู่ในน้ำและจะเหลืออยู่เป็นตะกอนหลังจากกำจัดปริมาณสารแขวนลอยและปริมาณตะกอนหนักแล้วผ่านการระเหยด้วยไอน้ำและทำให้แห้งที่อุณหภูมิ 103 105 องศาเซลเซียสในเวลาหนึ่งชั่วโมง
ปริมาณตะกอนหนัก
หมายความว่า สารที่แขวนลอยอยู่ในน้ำ
ซึ่งสามารถตกตะกอนได้โดยตรงโน้มถ่วงของโลกภายใต้ภาวะที่สงบนิ่งในเวลาหนึ่งชั่วโมง
ทีเคเอ็น
หมายความว่า
ไนโตรเจนที่อยู่ในรูปแอมโมเนียและออร์แกนิก ไนโตรเจน
ออร์แกนิกไนโตรเจน
หมายความว่า
ไนโตรเจนที่อยู่ในสารประกอบอินทรีย์ประเภทโปรตีนและผลิตผลจากการย่อยสลายของไขมัน เช่น โพลิเพปไทล์
และกรดอะมิโน เป็นต้น
แอมโนเนีย ไนโตรเจน หมายความว่า ไนโตรเจนทั้งหมดที่อยู่ในรูป NH4+ หรือ
NH3 ซึ่งสมดุลกัน
น้ำมันและไขมัน
หมายความว่า สารอินทรีย์จำพวกน้ำมัน ไขมัน ขี้ผึ้ง
และกรดไขมันที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง
โดยเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเอสเตอร์ เป็นต้น สารเหล่านี้จะถูกสกัดได้ด้วยตัวทำละลายประเภทเฮกเซน คลอโรฟอร์ม และไดเอทิลอีเทอร์
แล้วแยกส่วนโดยการระเหยแห้งที่อุณหภูมิ 103
องศาเซลเซียส
ซัลไฟด์
หมายความว่า
สารประกอบพวกไฮโครเจนซัลไฟด์ทั้งชนิดที่ละลายน้ำและชนิดที่เป็นอนนุมูล รวมทั้งสารประกอบพวกโลหะซัลไฟด์ที่ปนอยู่กับตะกอนแขวนลอยในน้ำด้วย
ข้อ 5 ในกรณีที่อาคารหลังเดียวกันมีการใช้ประโยชน์เพื่อกิจการตามที่กำหนดในข้อ
3
เกินกว่าหนึ่งประเภทและแต่ละประเภทมีมาตราฐานคุณภาพน้ำทิ้งแตกต่างกัน
ให้คำนวณคุณภาพน้ำทิ้งจากอาคารรวมกันโดยใข้มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่สูงที่สุดที่สำหรับประเภทของอาคารที่มีการใช้ประโยชน์นั้น
ข้อ 6 การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารประเภท ก
ประเภท ข และ ประเภท ค ตามที่กำหนดในข้อ 3
ให้แสดงแบบและการคำนวณรายการระบบบำบัดน้ำเสียที่สามารถดำเนินการปรับปรุงน้ำเสียจากอาคารให้มีคุณภาพเป็นน้ำทิ้ง
ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่กำหนดในข้อ 4
ข้อ 7 การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารประเภท ง
ตามที่กำหนดในข้อ 3
และอาคารพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว
ห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแฝด ให้แสดงแบบระบบบำบัดน้ำเสียโดยจะต้องประกอบด้วย
(1) บ่อเกรอะ
ซึ่งต้องมีลักษณะที่มิดชิดน้ำซึมผ่านไม่ได้
เพื่อใช้เป็นที่แยกกากที่ปนอยู่กับน้ำเสียทิ้งไว้ให้ตกตะกอน และ
(2) บ่อซึม
ซึ่งต้องมีลักษณะที่สามารถใช้เป็นที่รองรับน้ำเสียที่ผ่านบ่อเกรอะแล้ว
และให้น้ำเสียนั้นผ่านอิฐหรือหินหรือสิ่งอื่นใดเพื่อให้เป็นน้ำทิ้ง
บ่อเกรอะและบ่อซึมตามวรรคหนึ่งต้องมีขนาดได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับการใช้ของผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารนั้น
ในกรณีที่จะไม่ใช้วิธีการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง
อาจใช้วิธีอื่นในการปรับปรุงน้ำเสียให้ได้มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งตามที่กำหนดไว้สำหรับอาคารประเภท ง
ในข้อ 4 ก็ได้
ข้อ 8 การกำจัดน้ำทิ้งจากอาคารจะดำเนินการระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง
หรือระบายลงสู่พื้นดินโดยใข้วิธีผ่านบ่อซึมหรือโดยวิธีอื่นใดที่เหมาะสมกับสภาพของอาคารนั้นก็ได้ แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญผู้อื่นหรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ข้อ 9 ในกรณีที่อาคารใดจัดให้มีทางระบายน้ำเพื่อระบายน้ำจากอาคารลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง
ทางระบายน้ำนั้นต้องมีลักษณะที่สามารถตรวจสอบและทำความสะอาดได้โดยสะดวก และต้องวางตามแนวตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องมีส่วนลาดเอียงไม่ต่ำกว่า 1 ใน 200
หรือ ต้องมีส่วนลาดเอียงเพียงพอให้น้ำทิ้งไหลเร็วไม่ต่ำกว่า 60 เซนติเมตรต่อวินาที
ขนาดทางระบายน้ำต้องมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำทิ้งของอาคารนั้น
โดยถ้าเป็นทางระบายน้ำแบบท่อปิดต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร โดยต้องมีบ่อพักสำหรับตรวจการระบายน้ำทุกมุมเลี้ยวและทุกระยะไม่เกิน
12 เมตร
หรือทุกระยะไม่เกิน 24
เมตร
ถ้าทางระบายน้ำแบบท่อปิดนั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในตั้งแต่ 60 เซนติเมตรขึ้นไป
ในกรณีที่เป็นทางระบายน้ำแบบอื่นต้องมีความกว้างภายในที่ขอบบนสุดไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร
ข้อ 10 อาคารที่ใช้เป็นตลาด โรงแรม
ภัตตาคาร
หรือสถานพยาบาล
ต้องจัดให้มีที่รองรับขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลโดยมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1)
ผนังต้องทำด้วยวัสดุถาวรและทนไฟ
(2)
พื้นผิวภายในต้องเรียบและกันน้ำเสีย
(3)
ต้องมีการป้องกันกลิ่นและน้ำฝน
(4)
ต้องมีการระบายน้ำเสียจากขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย
(5)
ต้องมีการระบายอากาศและป้องกันน้ำเข้า
(6)
ต้องมีความจุไม่น้อยกว่า 1.2
ลิตรต่อพื้นที่ของอาคารหนึ่งตารางเมตร
(7)
ต้องจัดไว้ในที่ที่สามารถขนย้ายขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลได้โดยสะดวกและต้องมีระยะห่างจากสถานที่
ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาคารไม่น้อยกว่า 4
เมตร แต่ถ้ารองรับขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลมีขนาดความจุเกินกว่า 3 ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10 เมตร
ให้ไว้ ณ วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2538
พลเรือตรี สนั่น ขจรประศาสน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากในปัจจุบันมีการก่อสร้างอาคารเพื่อใช้ประโยชน์ในการอยู่อาศัยและประกอบกิจการประเภทเดียวกันหรือหลายประเภทรวมกันเพิ่มมากขึ้น สมควรกำหนดระบบการระบายน้ำและการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมเกี่ยวกับการสาธารณสุข
และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมจึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 112 ตอนที่ 6ก วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2538