กฎกระทรวง

ฉบับที่ 44 (.. 2538)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

.. 2522

 

                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  5(3)  และมาตรา  8(6)  แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร  .. 2522  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวง  ไว้ดังต่อไปนี้

                ข้อ 1  ในกฎกระทรวงนี้

                                “น้ำเสีย”  หมายความว่า  ของเหลวที่ผ่านการใช้แล้วทุกชนิดทั้งที่มีกากและไม่มีมาก

                                “ระบบบำบัดน้ำเสีย”  หมายความว่า  กระบวนการทำหรือปรับปรุงน้ำเสียให้มีคุณภาพเป็นน้ำทิ้ง  รวมทั้งการทำให้น้ำทิ้งพ้นไปจากอาคาร

                                “น้ำทิ้ง”  หมายความว่า  น้ำจากอาคารที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียแล้วจนมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่กำหนดการที่จะระบายลงแหล่งรองรับน้ำทิ้งได้

                                “แหล่งรองรับน้ำทิ้ง”  หมายความว่า  ท่อระบายน้ำสาธารณะ  คู  คลอง  แม่น้ำ  ทะเล  และแหล่งน้ำสาธารณะ

                ข้อ 2  อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงต้องมีการระบายน้ำฝนออกจากอาคารที่เหมาะสมและเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นหรือเกิดน้ำไหลนองไปยังที่ดินอื่นที่มีเขตติดต่อกับเขตที่ดินที่เป็นที่ตั้งของอาคารนั้น   

                การระบายน้ำฝนออกจากอาคารตามวรรหนึ่งจะระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งโดยกตรงก็ได้

                ข้อ 3  อาคารประเภทและลักษณะดังต่อไปนี้  ต้องจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการปรับปรุงน้ำเสียจากอาคารให้เป็นน้ำทิ้งที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในข้อ 4  ก่อนที่จะระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง

(1)     ประเภทอาคาร 

()  อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดที่มีจำนวนห้องชุดรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียว

กันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  500  ชุด

                                                ()  โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลังรวมกันเกิน  200  ห้อง

()  สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกัน

ทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  300  เตียง

()  อาคารที่ก่อสร้างในที่ดินของบุคคลที่ได้อนุญาตให้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่

ดินเกิน  500  หลัง

()  สถานศึกษาที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  25,000 

ตารางเมตร

                                                ()  อาคารที่ทำการของราชการ  รัฐวิสาหกิจ  องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  55,000  ตารางเมตร

                                                ()  ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  25,000  ตารางเมตร

                                                ()  ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  2,500  ตารางเมตร

                                                ()  ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  2,500  ตารางเมตร

                                (2)  อาคารประเภท ข 

                                                ()  อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดที่มีจำนวนห้องชุดรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  100  ห้องชุด  แต่ไม่เกิน  500  ห้องชุด

                                                ()  โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  60  ห้อง  แต่ไม่เกิน  200  ห้อง

                                                ()  หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจำนวนห้องนอนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  250  ห้อง

                                                ()  สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  5,000  ตารางเมตร

                                                ()  สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสภานพยาบาลที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  10  เตียง  แต่ไม่เกิน  30  เตียง

                                                ()  อาคารที่ก่อสร้างในที่ดินของบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินเกิน  100  หลัง  แต่ไม่เกิน  500  หลัง

()  สถานศึกษาที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  5,000 

ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  25,000  ตารางเมตร

                                                ()  อาคารที่ทำการของราชการ  รัฐวิสาหกิจ  องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  10,000  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  55,000  ตารางเมตร

                                                ()  ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  5,000  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  25,000  ตารางเมตร

                                                ()  ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  1,500  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  2,500  ตารางเมตร

                                                ()  ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  500  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  2,500  ตารางเมตร

                                                ()  อาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  10,000  ตารางเมตร

                                (3)  อาคารประเภท 

                                                ()  อาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดทีมีจำนวนห้องชุดรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน  100  ห้องชุด

                                                ()  โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน  60  ห้อง

                                                ()  หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจำนวนห้องนอนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  50  ห้อง  แต่ไม่เกิน  250  ห้อง

                                                ()  สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  1,000  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  5,000  ตารางเมตร

                                                ()  อาคารที่ก่อสร้างในที่ดินของบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินเกิน  10  หลัง  แต่ไม่เกิน  100  หลัง

                                                ()  อาคารที่ทำการของราชการ  รัฐวิสาหกิจ  องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  5,000  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  10,000  เมตร

                                                ()  ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 1,000  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  5,000  ตารางเมตร

                                                ()  ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  500  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  1,500  ตารางเมตร

                                                ()  ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  100  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  500  ตารางเมตร

                                                ()  อาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน  2,000  ตารางเมตร  แต่ไม่เกิน  10,000  ตารางเมตร

(4)     อาคารประเภท ง

(ก)    หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจำนวนห้องนอนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือ

หลายหลังรวมกันไม่เกิน  50  ห้อง

                                                ()  สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน  1,000  ตารางเมตร

                                                ()  สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีจำนวนเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน  10  เตียง

()  สถานศึกษาที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน  5,000 

ตารางเมตร

                                                ()  อาคารที่ทำการของราชการของราชการ  รัฐวิสาหกิจ  องค์การระหว่างประเทศหรือเอกชนที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน  5,000  ตารางเมตร

                                                ()  ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน  1,000  ตารางเมตร

                                                ()  ตลาดที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรมกันไม่เกิน  500  ตารางเมตร

                                                ()  ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน  100  ตารางเมตร

                                                ()  อาคารอยุ่อาศัยรวมที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน  2,000  ตารางเมตร

 

ข้อ 4  น้ำทิ้งจากอาคารที่จะระบายจากอาคารลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งได้ต้องมีคุณภาพน้ำทิ้งตามประเภทของอาคารตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้ง  ดังต่อไปนี้

 

มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้ง

อาคารประเภท

.

.

.

.

1.  พีเอช

2.  บีโอดี  ไม่เกิน

     (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร)

3.  ปริมาณสารแขวนลอย  ไม่เกิน

     (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร)

4.  ปริมาณสารละลายที่เพิ่มขึ้นจากน้ำใช้  ไม่เกิน

      (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร)

5.  ปริมาณตะกอนหนัก  ไม่เกิน

     (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร)

6.  ทีเคเอ็น  ไม่เกิน

      (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร)

 7.  ออร์แกนิก – ไนโตรเจน  ไม่เกิน

      (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร)

8.  แอมโมเนีย – ไนโตรเจน  ไม่เกิน

     (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร)

9.  น้ำมันและไขมัน  ไม่เกิน

     (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร)

10.  ซัลไฟด์  ไม่เกิน

      (มิลลิกรัม / ลูกบาศก์เดซิเมตร)

5 – 9

20

 

30

 

500

 

0.5

 

-

 

10

 

-

 

20

 

1.0

5 – 9

30

 

40

 

500

 

0.5

 

-

 

10

 

-

 

20

 

1.0

5 – 9

60

 

50

 

500

 

0.5

 

40

 

15

 

25

 

20

 

3.0

 

5 – 9

90

 

60

 

500

 

0.5

 

40

 

15

 

25

 

20

 

4.0

 

                                “พีเอช”  หมายความว่า  ค่าของความเป็นกรดและด่างของน้ำที่เกิดจากค่าลบของล็อคฐานสิบของความเข้มข้นเป็นโมลของอนุมูลไฮโดรเจน

                                “บีโอดี”  หมายความว่า  ปริมาณออกซิเจนที่แบคทีเรียใช้ในการย่อยสารอินทรีย์ชนิดที่ย่อยสลายได้ภายใต้ภาวะของออกซิเจนที่อุณหภูมิ  20  องศาเซลเซียส  ในเวลาห้าวัน  ซึ่งใช้เป็นการตรวจวัดระดับปริมาณสารอินทรีย์ที่มีอยู่ในตัวอย่างน้ำนั้นๆ

                                “ปริมาณสารแขวนลอย”  หมายความว่า  สารที่ตกค้างบนแผ่นกรองในการกรองน้ำผ่านแผ่นกรองประเภท  Glass fiber filter – disks  เส้นผ่านศูนย์กลาง  4.7  เซนติเมตร  เช่น  Whatman type GF / C  หรือ  Gelman type A 

                                “ปริมาณสารละลาย”  หมายความว่า  สารที่ละลายอยู่ในน้ำและจะเหลืออยู่เป็นตะกอนหลังจากกำจัดปริมาณสารแขวนลอยและปริมาณตะกอนหนักแล้วผ่านการระเหยด้วยไอน้ำและทำให้แห้งที่อุณหภูมิ  103 – 105  องศาเซลเซียสในเวลาหนึ่งชั่วโมง

                                “ปริมาณตะกอนหนัก”  หมายความว่า  สารที่แขวนลอยอยู่ในน้ำ  ซึ่งสามารถตกตะกอนได้โดยตรงโน้มถ่วงของโลกภายใต้ภาวะที่สงบนิ่งในเวลาหนึ่งชั่วโมง

                                “ทีเคเอ็น”  หมายความว่า  ไนโตรเจนที่อยู่ในรูปแอมโมเนียและออร์แกนิก – ไนโตรเจน

                                “ออร์แกนิกไนโตรเจน”  หมายความว่า  ไนโตรเจนที่อยู่ในสารประกอบอินทรีย์ประเภทโปรตีนและผลิตผลจากการย่อยสลายของไขมัน  เช่น  โพลิเพปไทล์  และกรดอะมิโน  เป็นต้น

                                “แอมโนเนีย – ไนโตรเจน”  หมายความว่า  ไนโตรเจนทั้งหมดที่อยู่ในรูป  NH4+   หรือ    NH3   ซึ่งสมดุลกัน

                                “น้ำมันและไขมัน”  หมายความว่า  สารอินทรีย์จำพวกน้ำมัน  ไขมัน  ขี้ผึ้ง  และกรดไขมันที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง  โดยเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเอสเตอร์  เป็นต้น  สารเหล่านี้จะถูกสกัดได้ด้วยตัวทำละลายประเภทเฮกเซน  คลอโรฟอร์ม  และไดเอทิลอีเทอร์  แล้วแยกส่วนโดยการระเหยแห้งที่อุณหภูมิ  103  องศาเซลเซียส

                                “ซัลไฟด์”  หมายความว่า  สารประกอบพวกไฮโครเจนซัลไฟด์ทั้งชนิดที่ละลายน้ำและชนิดที่เป็นอนนุมูล  รวมทั้งสารประกอบพวกโลหะซัลไฟด์ที่ปนอยู่กับตะกอนแขวนลอยในน้ำด้วย

                ข้อ 5  ในกรณีที่อาคารหลังเดียวกันมีการใช้ประโยชน์เพื่อกิจการตามที่กำหนดในข้อ 3  เกินกว่าหนึ่งประเภทและแต่ละประเภทมีมาตราฐานคุณภาพน้ำทิ้งแตกต่างกัน  ให้คำนวณคุณภาพน้ำทิ้งจากอาคารรวมกันโดยใข้มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่สูงที่สุดที่สำหรับประเภทของอาคารที่มีการใช้ประโยชน์นั้น

                ข้อ 6  การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารประเภท    ประเภท    และ  ประเภท    ตามที่กำหนดในข้อ  3  ให้แสดงแบบและการคำนวณรายการระบบบำบัดน้ำเสียที่สามารถดำเนินการปรับปรุงน้ำเสียจากอาคารให้มีคุณภาพเป็นน้ำทิ้ง  ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่กำหนดในข้อ 4

                ข้อ 7  การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารประเภท    ตามที่กำหนดในข้อ 3  และอาคารพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว  ห้องแถว  ตึกแถว  หรือบ้านแฝด  ให้แสดงแบบระบบบำบัดน้ำเสียโดยจะต้องประกอบด้วย

                                (1)  บ่อเกรอะ  ซึ่งต้องมีลักษณะที่มิดชิดน้ำซึมผ่านไม่ได้  เพื่อใช้เป็นที่แยกกากที่ปนอยู่กับน้ำเสียทิ้งไว้ให้ตกตะกอน  และ

                                (2)  บ่อซึม  ซึ่งต้องมีลักษณะที่สามารถใช้เป็นที่รองรับน้ำเสียที่ผ่านบ่อเกรอะแล้ว  และให้น้ำเสียนั้นผ่านอิฐหรือหินหรือสิ่งอื่นใดเพื่อให้เป็นน้ำทิ้ง

                บ่อเกรอะและบ่อซึมตามวรรคหนึ่งต้องมีขนาดได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับการใช้ของผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารนั้น

                ในกรณีที่จะไม่ใช้วิธีการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง  อาจใช้วิธีอื่นในการปรับปรุงน้ำเสียให้ได้มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งตามที่กำหนดไว้สำหรับอาคารประเภท    ในข้อ  4  ก็ได้

                ข้อ 8  การกำจัดน้ำทิ้งจากอาคารจะดำเนินการระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง  หรือระบายลงสู่พื้นดินโดยใข้วิธีผ่านบ่อซึมหรือโดยวิธีอื่นใดที่เหมาะสมกับสภาพของอาคารนั้นก็ได้  แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญผู้อื่นหรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

                ข้อ 9  ในกรณีที่อาคารใดจัดให้มีทางระบายน้ำเพื่อระบายน้ำจากอาคารลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง  ทางระบายน้ำนั้นต้องมีลักษณะที่สามารถตรวจสอบและทำความสะอาดได้โดยสะดวก  และต้องวางตามแนวตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้  โดยต้องมีส่วนลาดเอียงไม่ต่ำกว่า  1  ใน  200  หรือ ต้องมีส่วนลาดเอียงเพียงพอให้น้ำทิ้งไหลเร็วไม่ต่ำกว่า  60  เซนติเมตรต่อวินาที

                ขนาดทางระบายน้ำต้องมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำทิ้งของอาคารนั้น  โดยถ้าเป็นทางระบายน้ำแบบท่อปิดต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในไม่น้อยกว่า  10  เซนติเมตร  โดยต้องมีบ่อพักสำหรับตรวจการระบายน้ำทุกมุมเลี้ยวและทุกระยะไม่เกิน 12 เมตร  หรือทุกระยะไม่เกิน  24  เมตร  ถ้าทางระบายน้ำแบบท่อปิดนั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในตั้งแต่  60  เซนติเมตรขึ้นไป  ในกรณีที่เป็นทางระบายน้ำแบบอื่นต้องมีความกว้างภายในที่ขอบบนสุดไม่น้อยกว่า  10  เซนติเมตร

                ข้อ 10  อาคารที่ใช้เป็นตลาด  โรงแรม  ภัตตาคาร  หรือสถานพยาบาล  ต้องจัดให้มีที่รองรับขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลโดยมีลักษณะ  ดังต่อไปนี้ 

(1)     ผนังต้องทำด้วยวัสดุถาวรและทนไฟ

(2)     พื้นผิวภายในต้องเรียบและกันน้ำเสีย

(3)     ต้องมีการป้องกันกลิ่นและน้ำฝน

(4)     ต้องมีการระบายน้ำเสียจากขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย

(5)     ต้องมีการระบายอากาศและป้องกันน้ำเข้า

(6)     ต้องมีความจุไม่น้อยกว่า  1.2 ลิตรต่อพื้นที่ของอาคารหนึ่งตารางเมตร

(7)     ต้องจัดไว้ในที่ที่สามารถขนย้ายขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลได้โดยสะดวกและต้องมีระยะห่างจากสถานที่

ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาคารไม่น้อยกว่า  4  เมตร  แต่ถ้ารองรับขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลมีขนาดความจุเกินกว่า  3  ลูกบาศก์เมตร  ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า  10  เมตร

 

                                                                                                                                ให้ไว้    วันที่  27  มกราคม  .. 2538

                                                                                                                                         พลเรือตรี  สนั่น  ขจรประศาสน์

                                                                                                                                      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

หมายเหตุ  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้  คือ  เนื่องจากในปัจจุบันมีการก่อสร้างอาคารเพื่อใช้ประโยชน์ในการอยู่อาศัยและประกอบกิจการประเภทเดียวกันหรือหลายประเภทรวมกันเพิ่มมากขึ้น  สมควรกำหนดระบบการระบายน้ำและการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมเกี่ยวกับการสาธารณสุข  และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมจึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  112  ตอนที่  6  วันที่  7  กุมภาพันธ์  2538