กฎกระทรวง

ฉบับที่ 2 (.. 2535)

ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน

.. 2535

 

                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6  และมาตรา 8(1)  (2)  (3)  (4)  (5)  (6)  และ  (8)  แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน  ..  2535  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้  ดังต่อไปนี้

 

หมวด 1

ที่ตั้ง  สภาพแวดล้อม  ลักษณะลักษณะภายในของโรงงาน

            ข้อ 1     ห้ามตั้งโรงงานจำพวกที่ 1  และโรงงานจำพวกที่ 2  ในบริเวณ  ดังต่อไปนี้

(1)     บ้านจัดสรรเพื่อการพักอาศัย  อาคารชุดพักอาศัย  และบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย

(2)     ภายในระยะ 50  เมตร  จากเขตติดต่อสาธารณสถาน  ได้แก่  โรงเรียนสถาบันการศึกษา  วัดหรือ 

ศาสนสถาน  โรงพยาบาล  โบราณสถาน  และสถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐและให้หมายความรวมถึงแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

                ข้อ 2     ห้ามตั้งโรงงานจำพวกที่ 3  ในบริเวณดังต่อไปนี้

(1)     บ้านจัดสรรเพื่อการพักอาศัย  อาคารชุดพักอาศัย  และบ้านแถวเพื่อการพักอาศัย

(2)     ภายในระยะ 100  เมตร  จากเขตติดต่อสาธารณสถาน  ได้แก่  โรงเรียนหรือสถานบันการศึกษา  วัดหรือ

ศาสนสถาน  โรงพยาบาล  โบราณสถาน  และสถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐและให้หมายความรวมถึงแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามที่รัฐมนตรีกำหนด

                ข้อ 3     สถานที่ทำการของหน่วยงานของรัฐตามข้อ  1(2)  หรือข้อ  2(2)  ไม่หมายความรวมถึงสถานที่ทำการงานโดยเฉพาะเพื่อการควบคุม  กำกับ ดูแล  อำนวยความสะดวก  หรือให้บริการแก่การประกอบกิจการของโรงงานแห่งนั้นๆ

                ในกรณีเหตุอันสมควร  รัฐมนตรีจะกำหนดโดยประกาศในราชกิจานุเบกษาให้ร่นหรือขยายระยะทางที่กำหนดในข้อ  1(2)  หรือข้อ  2(2)  หรือมิให้ใช้บังคับข้อ  1(2)  แก่โรงงานประเภทใดตามเงื่อนไขที่กำหนดก็ได้

                ข้อ 4     โรงงานจำพวกที่ 3  นอกจากห้ามตั้งในบริเวณข้อ 2  แล้ว  ต้องตั้งอยู่ในทำเลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม  มีบริเวณเพียงพอที่จะประกอบกิจการอุตสาหกรรมตามขนาดและประเภทหรือชนิดของโรงงาน  โดยไม่อาจก่อให้เกิดอันตรายเหตุรำคาญ  หรือความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย

                ข้อ 5     อาคารโรงงานต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

                                (1)  มั่นคง  แข็งแรง  เหมาะสมและมีบริเวณเพียงพอที่จะประกอบกิจการอุตสาหกรรมนั้นๆ  โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม  หรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                                (2)  มีการระบายอากาศที่เหมาะสม  โดยให้มีพื้นที่ประตู  หน้าต่าง  และช่องลมรวมกันโดยไม่นับที่ติดต่อระหว่างห้องไม่น้อยกว่า  1  ใน  10  ส่วนของพื้นที่ของห้อง  หรือมีการระบายอากาศไม่น้อยกว่า  0.5  ลูกบาศก์เมตรต่อนาที  ต่อคนงานหนึ่งคน

                        (3)  มีประตูหรือทางออกให้พอกับจำนวนคนในโรงงานที่จะหลบหนีภัยออกไปได้ทันท่วงทีเมื่อมีเหตุฉุกเฉินขึ้นอย่างน้อยสองแห่งอยู่ห่างกันพอสมควร  บานประตูเปิดออกได้ง่ายมีขนาดกว้างไม่น้อยกว่า  110  เซนติเมตร  และสูงไม่น้อยกว่า  200  เซนติเมตร  แต่ถ้ามีคนในโรงงานที่จะต้องออกตามทางนี้มากกว่า  50  คน  ต้องมีขนาดกว้างเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า  2  เซนติเมตร  ต่อหนึ่งคน  และมีบันไดระหว่างชั้นอย่างน้อยสองแห่งอยู่ห่างกันพอสมควร

                                (4)  บันไดต้องมั่นคงแข็งแรง  มีลักษณะ  ขนาด  และจำนวนที่เหมาะสมกับอาคารโรงงานและการประกอบกิจการอุตสาหกรรมนั้นๆ  ขั้นบันไดต้องไม่ลื่นและมีช่วงระยะเท่ากันโดยตลอด

                บันไดและพื้นทางเดินที่อยู่สูงจากระดับพื้นตั้งแต่  1.50 เมตร  ขึ้นไป  อย่างน้อยต้องมีราวที่มั่นคง  แข็งแรง  และเหมาะสม  ทั้งนี้  รัฐมนตรีอาจกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา  ให้มีส่วนประกอบอื่นเพื่อป้องกันอันตรายหรือยกเว้นการจัดให้มีราวดังกล่าวได้

                                (5)  ระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดานโดยเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่า  3.00  เมตร  เว้นแต่จะมีการจัดระบบปรับอากาศหรือมีการระบายอากาศที่เหมาะสม  แต่ระยะดิ่งดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่า  2.30  เมตร

(6)     พื้นต้องมั่นคง  แข็งแรง  ไม่มีน้ำขัง  หรือลื่น  อันอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

(7)     บริเวณหรือห้องทำงานต้องมีพื้นที่ที่ใช้วางโต๊ะปฏิบัติงาน  เครื่องจักร  ผลิตภัณฑ์หรือวัสดุที่เคลื่อนไปตาม

กระบวนการผลิตด้วย

                                (8)  วัตถุที่ใช้ในการก่อสร้างต้องเหมาะสมกับการประกอบกิจการอุตสาหกรรมตามขนาด  ประเภท  หรือ  ชนิดของโรงงาน  รวมทั้งที่ไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของอัคคีภัย

                                (9)  จัดให้มีสายล่อฟ้าตามความจำเป็นและเหมาะสม

(10)   จัดให้มีที่เก็บรักษาวัตถุหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออัคคีภัยได้ง่ายไว้ในที่ปลอดภัย

(11)   ในกรณีมีลิฟต์  ลิฟต์ต้องมีส่วนปลอดภัยไม่น้อยกว่าสี่เท่าของน้ำหนักที่กำหนดให้ใช้  ทั้งนี้  โดยถือว่าคนที่

บรรทุกมีน้ำหนัก  70  กิโลกรัมต่อหนึ่งคน  และต้องเป็นแบบที่จะเคลื่อนที่ได้ก็ต่อเมื่อประตูได้เปิดแล้ว  รวมทั้งต้องมีระบบส่งสัญญาณเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย  ลิฟต์ต้องมีป้ายระบุจำนวนคนหรือน้ำหนักที่จะบรรทุกได้  ให้เห็นได้ง่ายและชัดเจน

(12)   มีห้องส้วม  ที่ปัสสาวะ  และสถานที่ทำความสะอาดร่างกาย  ดังต่อไปนี้

(ก)    มีห้องส้วมอย่างน้อยในอัตราคนงานไม่เกิน  15  คน  1  ที่นั่ง  คนงานไม่เกิน  40  คน  2  ที่นั่ง 

คนงานไม่เกิน  80  คน  3  ที่นั่ง  และเพิ่มขึ้นต่อจากนี้ในอัตราส่วน  1  ที่นั่งต่อจำนวนคนงานไม่เกิน  50  คน  สำหรับโรงงานที่มีคนงานชายและหญิงรวมกันมากกว่า  15  คน  ให้จัดส้วมแยกไว้สำหรับคนงานหญิงตามอัตราส่วนที่กำหนดข้างต้นด้วย

                                                ()  อาคารโรงงานที่มีคนทำงานอยู่หลายชั้น  ต้องจัดให้มีห้องส้วมและที่ปัสสาวะในชั้นต่างๆ  ตามความจำเป็นและเหมาะสม

                                                ()  ห้องส้วมต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า  0.9  ตารางเมตรต่อ  1  ที่นั่ง

                                                ()  ห้องส้วมที่มีที่ปัสสาวะต้องเป็นแบบใช้น้ำชำระลงบ่อซึม  พื้นห้องต้องเป็นแบบไม่ดูดน้ำ

                                                ()  จัดให้มีกระดาษชำระหรือน้ำสำหรับชำระให้เพียงพอสำหรับห้องส้วมทุกห้อง

                                                ()  จัดให้มีสถานที่ทำความสะอาดร่างกาย  พร้อมทั้งวัสดุและอุปกรณ์สำหรับคนงานตามความจำเป็นและเหมาะสม

                                                ()  จัดให้มีการระบายถ่ายเทอากาศให้เพียงพอสำหรับห้องส้วม  ห้องปัสสาวะและสถานที่ทำความสะอาดร่ายกายทุกห้อง

                                                ()  จัดให้มีการทำความสะอาดห้องส้วม  ที่ปัสสาวะ  และสถานที่ทำความสะอาดร่างกายให้อยู่ในสภาพที่ถูกสุขลักษณะเป็นประจำทุกวัน

                                                ()  ในโรงงานที่มีการผลิตสิ่งที่ใช้บริโภค  ต้องจัดให้มีที่ล้างมือ  ยาฆ่าเชื้อหรือสบู่อันได้สุขลักษณะและตั้งอยู่ในที่ที่เหมาะสมอย่างน้อยในอัตราคนงานไม่เกิน  15  คน  1  ที่  คนงานไม่เกิน  40  คน  2  ที่  คนงานไม่เกิน  80  คน  3  ที่และเพิ่มขึ้นต่อจากนี้ในอัตราส่วน  1  ที่ต่อจำนวนคนงานไม่เกิน  50  คน

 

หมวด 2

เครื่องจักร  เครื่องอุปกรณ์  หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงาน

            ข้อ 6     เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์  หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงานต้องเป็นดังต่อไปนี้

                                (1)  มั่นคง  แข็งแรง  และเหมาะสม  และในกรณีมีเหตุอันควรรัฐมนตรีจะกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้การนำเครื่องจักร  เครื่องอุปกรณ์  หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงานชนิดใดต้องมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม  หรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้

                                (2)  ใช้เครื่องจักรที่มีความปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดความสั่นสะเทือน  เสียง  หรือคลื่นวิทยุ  รบกวนผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง 

                                (3)  มีเครื่องป้องกันอันตรายอันอาจเกิดจากส่วนที่เคลื่อนไหวของเครื่องจักรตามความจำเป็นและเหมาะสม

                                (4)  บ่อหรือถังเปิดที่ทำงานสนองกันกับเครื่องจักรที่อาจเป็นอันตรายในการปฏิบัติงานของคนงาน  ต้องมีขอบหรือราวกั้นแข็งแรงและปลอดภัยทางด้านที่คนเข้าถึงได้  สูงไม่น้อยกว่า  100  เซนติเมตร  จากระดับพื้นที่ติดกับบ่อหรือถังนั้น

                                (5)  หม้อไอน้ำ  (boiler)  หม้อต้มที่ใช้ของเหลวก๊าซเป็นสื่อความร้อน  เครื่องอัดก๊าซ  (compressor)  หรือถังปฏิกิริยา (reactor)  และระบบท่อ  เครื่องจักรหรือภาชนะที่ทำงานสนองกันโดยมีความกดดันแตกต่างจากบรรยากาศ  ซึ่งใช้กับหม้อไอน้ำ  หม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อความร้อน  เครื่องอัดก๊าซ  หรือถังปฏิกิริยาดังกล่าว  ต้องได้รับการออกแบบ  คำนวณ  และสร้างตามมาตรฐานที่ยอมรับ  หรือผ่านการทดสอบความปลอดภัยในการใช้งาน  โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                การติดตั้งต้องมั่นคงแข็งแรงปลอดภัยในการใช้งาน  มีอุปกรณ์ความปลอดภัย  และมีส่วนประกอบที่จำเป็นตามหลักวิชาการ  โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                                (6)  ภาชนะที่มีความกดดันต่างจากบรรยากาศ  (pressure  vessel)  ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับ  มีอุปกรณ์ความปลอดภัยและส่วนประกอบที่จำเป็นตามหลักวิชาการ  โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม  หรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                                (7)  ภาชนะบรรจุวัตถุอันตราย  เช่น  วัตถุไวไฟ  วัตถุระเบิด  วัตถุเคมี  หรือของเหลวอื่นใดที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล  สัตว์  พืช  ทรัพย์  หรือสิ่งแวดล้อมที่มีขนาดของภาชนะบรรจุตั้งแต่  25,000  ลิตรขึ้นไป  ต้องมั่นคง  แข็งแรง  เป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับ  โดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและต้องสร้างเขื่อน  หรือกำแพงคอนกรีตโดยรอบให้มีขนาดที่สามารถจะกักเก็บปริมาณของวัตถุดังกล่าวได้ทั้งหมด  เว้นแต่ในกรณีที่มีภาชนะบรรจุมากกว่าหนึ่งถัง  ให้สร้างเขื่อนที่สามารถกักเก็บวัตถุอันตรายนั้นเท่ากับปริมาตรของถังเก็บขนาดใหญ่ที่สุด  เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของวัสดุที่บรรจุได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีเมื่อเกิดวิบัติภาชนะดังกล่าว  และต้องจัดให้มีวัตถุหรือเคมีภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการระงับหรือลดความรุนแรงของการแพร่กระจายได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ

                ในกรณีที่ภาชนะบรรจุนั้นตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้ง  ต้องมีสายล่อฟ้าให้เป็นไปตามหลักวิชาการ  และภาชนะบรรจุที่อาจเกิดประจุไฟฟ้าสถิตย์ได้ในตัวต้องต่อสายดิน

 

                                (8)  เครื่องยก  (crane and hoist)  และส่วนที่รับน้ำหนักต่อเนื่องกันต้องมั่นคงและแข็งแรง มีลักษณะขนาด  และจำนวนที่เหมาะสม  และต้องมีป้ายระบุน้ำหนักปลอดภัยสูงสุดที่จะใช้ยกของได้ให้เห็นได้ง่ายและชัดเจน  กับต้องมีที่ห้ามล้อซึ่งสามารถจะหยุดน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของน้ำหนักปลอดภัยสูงสุด  และถ้าเป็นเครื่องยกที่ใช้ไฟฟ้าต้องมีอุปกรณ์สำหรับหยุด  ยกและตัดกระแสไฟฟ้าเมื่อยกน้ำหนักถึงตำแหน่งสูงสุดที่กำหนด

                                (9)  เครื่องลำเลียงขนส่ง  (conveyer)  ซึ่งมีสายลำเลียงผ่านเหนือบริเวณซึ่งมีคนปฏิบัติงานหรือทางเดินต้องมีเครื่องป้องกันของตกแบบแผ่นหรือตะแกรงกันด้านข้างและรองรับของตกตลอดใต้สายลำเลียงนั้น  โดยให้อยู่ในลักษณะที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงานสำหรับเครื่องลำเลียงขนส่งที่มีสายลำเลียงต่างไปจากแนวระดับ  ต้องมีเครื่องบังคับที่ทำให้สายลำเลียงหยุดได้เองเมื่อเครื่องหยุดปฏิบัติงาน

(10)   การติดตั้งท่อและอุปกรณ์สำหรับส่งวัตถุทางท่อต้องเป็นไปตามหลักวิชาการที่ยอมรับกัน

(11)   ระบบไฟฟ้า  การเดินสายไฟฟ้า  และการติดตั้งเครื่องยนต์ไฟฟ้า  สวิทช์ไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าอื่น 

ต้องเป็นไปตามหลักวิชาการที่ยอมรับกันโดยมีคำรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด  โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                ข้อ 7     ในกรณีมีเหตุอันควรรัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบความปลอดภัยของเครื่องจักร  เครื่องอุปกรณ์  หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงานตามข้อ  6(2)  (3)  (5)  (6)  (7)  (8)  (9)  (10)  หรือ  (11)  ก็ได้

               

หมวด 3

คนงานประจำโรงงาน

 

                ข้อ 8     โรงงานที่มีการใช้หม้อไอน้ำ  (boiler)  หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อนที่มีความกดดันต่างจากบรรยากาศ  ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้มีผู้ควบคุม  (operator)  ประจำ  หม้อไอน้ำ  (boiler)  หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อน  ทั้งนี้  โดยผู้ควบคุมดังกล่าวต้องมีคุณวุฒิได้รับประกาศวิชาชีพชั้นสูงสาขาช่างกลโรงงานหรือช่างยนต์  หรือช่างผู้ชำนาญงานที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ควบคุมหม้อไอน้ำ  (boiler)  จากกระทรวงอุตสาหกรรมหรือสถาบันอื่นที่กระทรวงอุตสาหกรรมรับรอง

                โรงงานที่มีการใช้หม้อไอน้ำ  (boiler)  ขนาดกำลังผลิตตั้งแต่  20  ตันต่อชั่วโมงขึ้นไป  นอกจากต้องดำเนินการจัดให้มีผู้ควบคุมการจัดให้มีผู้ควบคุมดังกล่าว  ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้มีประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เป็นวิศวกรผู้ควบคุมและอำนวยการใช้หม้อไอน้ำ  (boiler)  ด้วย

                ข้อ 9     โรรงงานที่ประกอบกิจการสร้างหรือซ่อมหม้อไอน้ำ  (boiler)  หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวหรือก๊าซเป็นสื่อนำความร้อน  ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เป็นผู้ควบคุมการสร้างหรือซ่อม

                ข้อ 10   โรงงานต้องมีวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย  มลพิษหรือสิ่งใดๆ  ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา  และต้องจัดให้มีผู้ควบคุมดูแลและผู้ปฏิบัติงานประจำสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษซึ่งมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                ข้อ 11   โรงงานที่มีการใช้สารกัมตรังสีต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาสำหรับดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ

                ข้อ 12   คนงานประจำโรงงานตามที่กำหนดในหมวดนี้  จะต้องไม่เป็นผู้ที่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน  เว้นแต่เป็นกรณีที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หมวด 4

การควบคุมการปล่อยของเสีย  มลพิษ  หรือสิ่งใดๆ  ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

                ข้อ 13   การกำจัดขยะ  สิ่งปฏิกูล  และวัสดุที่ไม่ใช้

                                (1)  ต้องรักษาโรงงานให้สะอาดปราศจากขยะและสิ่งปฏิกูลอยู่เสมอ  และจัดให้มีที่รองรับ  หรือที่กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลตามความจำเป็นและเหมาะสม

                                (2)  ต้องแยกเก็บสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว  ซึ่งมีวัตถุมีพิษปนอยู่ด้วย  หรือสำลีผ้า  หรือเศษด้ายที่เปื้อนวัตถุไวไฟ  ไว้ในที่รองรับต่างหากที่เหมาะสมและมีฝาปิดมิดชิด  และต้องจัดให้มีการกำจัดสิ่งดังกล่าวโดยเฉพาะด้วยวิธีการที่ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ

                                (3)  ผู้ประกอบกิจการโรงงานที่มีสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว  ซึ่งมีลักษณะและคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา  ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วดังต่อไปนี้

(ก)    ห้ามมิให้นำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน  เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก

อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมมอบหมายให้นำออกไปเพื่อการทำลายฤทธิ์  กำจัด  ทิ้ง 

หรือฝังด้วยวิธีการและสถานที่  ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                                                ()  ต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับชนิด  ปริมาณ  ลักษณะคุณสมบัติและสถานที่เก็บสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วนั้นๆ  พร้อมทั้งวิธีการเก็บทำลายฤทธิ์  กำจัด  ทิ้ง  ฝัง  เคลื่อนย้ายและการขนส่ง  ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                ข้อ 14   ห้ามระบายน้ำทิ้งออกจากโรงงาน  เว้นแต่ให้ทำการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างจนน้ำทิ้งนั้นมีลักษณะเป็นไปตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา  แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช้วิธีทำให้เจือจาง  (dilution) 

                ข้อ 15   ในกรณีที่มีระบบ

                                (1)  ต้องติดตั้งมาตรวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าสำหรับระบบบำบัดน้ำเสียโดยเฉพาะไว้ในที่ที่ง่ายต่อการตรวจสอบ  และต้องมีการจดบันทึกเลขหน่วยและปริมาณการใช้ไฟฟ้าประจำวันด้วย

(2)  ในกรณีมีการใช้สารเคมีหรือสารชีวภาพในระบบบำบัดน้ำเสีย  ต้องมีการบันทึกการใช้สารเคมีหรือสาร

ชีวภาพในการบำบัดน้ำเสียประจำวัน  และมีหลักฐานในการจัดหาสารเคมีหรือสารชีวภาพดังกล่าวด้วย

                ข้อ 16   ห้ามระบายอากาศเสียออกจากโรงงาน  เว้นแต่ได้ทำการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างจนอากาศที่ระบายออกนั้นมีปริมาณของสารเจือปนไม่เกินกว่าค่าที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา  แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช้วิธีทำให้เจือจาง  (dilution)

                ข้อ 17   เสียงดังที่เกิดจากการประกอบกิจการต้องไม่เกินมาตรฐานที่รัฐมนตรีกำหนด  โดยประกาศในราชกิจจา

นุเบกษา

 

หมวด 5

ความปลอดภัยในการประกอบวิชาชีพ

 

            ข้อ 18   โรงงานประเภทใดต้องมีมาตราการคุ้มครองความปลอดภัยในการดำเนินงานอย่างไรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                ข้อ 19   เครื่องจักร  เครื่องอุปกรณ์  หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงานประเภทใด  ต้องมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยอย่างไร  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์  และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

บทเฉพาะกาล

 

            ข้อ 20   ความในข้อ 1  ข้อ 2  และข้อ 3  ของหมวด 1  มิให้นำมาใช้บังคับกับโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอยู่แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

 

                                               

                                                                                                                                ให้ไว้    วันที่  24  กันยายน  ..  2535

                                                                                                                                                  สิปปนนท์  เกตุทัต

                                                                                                                                    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

หมายเหตุ             เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้  คือ  โดยที่ให้มาตรา 8  แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน  ..  2535  ได้บัญญัติให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่ตั้งโรงงาน  สภาพแวดล้อม  ลักษณะอาคารหรือลักษณะภายในของโรงงาน  และลักษณะ  ประเภท  หรือชนิดของเครื่องจักร  เครื่องอุปกรณ์  หรือสิ่งที่นำมาใช้ในโรงงาน  คนงานประจำโรงงาน  การกำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย  มลพิษ  หรือสิ่งใดๆ  ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการประกอบกิจการโรงงาน  จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  109  ตอนที่  108  วันที่  16  ตุลาคม  2535