ระเบียบกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วย การขออนุญาตตัดคันหินทางเท้า
ลดระดับคันหินทางเท้าและทำทางเชื่อมในที่สาธารณะ
พ.ศ. 2531
ด้วยเป็นการสมควรวางระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการขออนุญาตตัดคันดินทางเท้า
ลดระดับคันหินทางเท้าและทำทางเชื่อมในที่สาธารณะ
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการจราจรและความปลอดภัยแก่ผู้สัญจร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49(5) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ.
2538 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงวางระเบียบไว้ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการขออนุญาตตัดคันหินทางเท้า ลดระดับคันหินทางเท้า และทำทางเชื่อมในที่สาธารณะ พ.ศ. 2531
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วย
การขออนุญาตตัดคันหินทางเท้าในที่สาธารณะ พ.ศ. 2522
บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ
หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
การตัดคันหินทางเท้า หมายความว่า
การตัดคันหินทางเท้าเพื่อทำทางเข้าออกในที่สาธารณะ
โดยให้พื้นทางเข้าออกอยู่ระดับเดียวกับทางเท้า และลาดลงบรรจบกับผิวจราจรตรงขอบหิน มีความลาดชันร้อยละ 25 หรือมีส่วนลาดยาวไม่เกิน 75 เซนติเมตร รัศมีผายปากเท่ากับความกว้างของทางเท้า แต่ไม่เกิน 5
เมตร
การลดระดับคันหินทางเท้า
หมายความว่า
การลดระดับคันหินทางเท้าเพื่อทำทางเข้าออกในที่สาธารณะโดยให้ตัดคันหินลดระดับลงเหลือ 3 เซนติเมตร
พื้นที่ทางเข้าออกอยู่ระดับเดียวกับทางเท้า และลาดลงสู่ขอบคันหินที่ลดระดับ มีความลาดชันร้อยละ
25 หรือมีส่วนลาดยาวไม่เกิน
75 เซนติเมตร
และมีความลาดคันหินตามแนวถนนข้างละไม่เกิน 1
เมตร
การทำทางเชื่อม
หมายความว่า
การทำทางเชื่อมเพื่อเป็นทางเข้าออกสู่ผิวจราจรของถนนสาธารณะที่ยังก่อสร้างปรับปรุงไม่เต็มเขตทาง
ข้อ 5 การตัดคันหินทางเท้า ลดระดับคันหินทางเท้า
และทำทางเชื่อมในที่สาธารณะ
จะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาต
การยื่นคำขออนุญาตให้ปฏิบัติตามแบบท้ายระเบียบนี้ พร้อมทั้งยื่นแบบแปลนและแผนผัง และรายละเอียดจำนวน 3 ชุด ณ
สำนักงานเขตท้องที่
ข้อ 6 เมื่อสำนักงานเขตได้รับอนุญาตตามข้อ 5
และตรวจสอบถูกต้องแล้ว
ถ้าถนนหรือซอยใดอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสำนักงานเขต ให้ผู้อำนวยการเขตเป็นผู้พิจารณาอนุญาต
ถ้าถนนหรือซอยใดอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการโยธา
ให้สำนักงานเขตส่งเรื่องให้สำนักงานโยธา เพื่อเสนอผู้อำนวยการสำนักงานการพิจารณาอนุญาตแล้วแจ้งให้สำนักงานเขตเป็นผู้ออกใบอนุญาตตามท้ายระเบียบนี้
ระยะเวลาการขออนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในใบอนุญาต
ข้อ 7 ห้ามมิให้ตัดคันหินทางเท้า หรือลดระดับคันหินทางเท้า เพื่อทำทางเข้าออกตึกแถว ห้องแถว หรืออาคารที่มีสภาพเหมือนตึกแถว ห้องแถว
เป็นการเฉพาะแต่ละห้อง
ยกเว้นที่เป็นทางลอดไปสู่ที่จอดรถยนต์ที่ไม่มีทางเข้าออกอื่นซึ่งอยู่ด้านหลังอาคารนั้น
ข้อ 8 การตัดคันหินทางเท้า หรือลดระดับคันหินทางเท้า
เพื่อทำทางเข้าออกของอาคารดังต่อไปนี้ให้อนุญาตได้ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
8.1
สถานที่ราชการ องค์การ รัฐวิสาหกิจ โรงพยาบาล
สถานศึกษา และหอประชุม
ให้ตัดคันหินทางเท้าได้เท่าผิวจราจรทางเข้าออกแต่ไม่เกิน 8 เมตร ในกรณีมีความจำเป็นเฉพาะสถานที่ราชการ องค์การ และรัฐวิสาหกิจ
อาจอนุญาตให้ทางเข้าออกกว้างกว่า
8
เมตร ได้เป็นรายๆ ไป
8.2
อาคารที่ต้องมีที่จอดรถยนต์
กลับรถยนต์
และทางเข้าออกของรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ให้อนุญาตตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้
8.2.1
ทางเข้าออกเป็นทางให้รถยนต์วิ่งทางเดียวให้ตัดคันหินทางเท้าได้กว้างไม่เกิน 4.5 เมตร
8.2.2
ทางเข้าออกที่ให้รถยนต์วิ่งสวนกันได้ ให้ตัดคันหินทางเท้าได้กว้างไม่เกิน 8
เมตร
8.2.3
ทางเข้าออกของที่จอดรถยนต์จำนวนเกิน
30
คัน
ให้ตัดคันหินทางเท้า
ถ้าไม่เกิน 30 คัน ให้ลดระดับคันหินทางเท้า
8.2.4
ทางเข้าออกบ้านพักอาศัยที่ใช้ร่วมกัน ให้ลดระดับคันหินทางเท้ากว้างไม่เกิน 4 เมตร
8.2.5
ทางเข้าออกถนนส่วนบุคคลให้อนุญาตตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
8.2.5.1
ถนนส่วนบุคคล
หรือทางที่มีประชาชนใช้สอยร่วมกัน
ให้คัดหินทางเท้าได้กว้างเท่าผิวจราจรของถนนหรือทางนั้นๆ แต่ไม่เกิน 8
เมตร
8.2.5.2
ถนนส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้บังคับตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24
พฤศจิกายน 2515
เรื่อง
ควบคุมการจัดสรรที่ดิน
ให้ตัดคันหินทางเท้ากว้างเท่าผิวจราจรของถนนที่กำหนดในข้อกำหนดของคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดิน แต่ไม่เกิน 8
เมตร
ในกรณีผิวจราจรกว้างตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป
ให้ตัดคันหินทางเท้าทำทางเข้าออกแยกกันกว้างช่องทางละ 4.5 เมตร
8.2.6
ถนนที่มีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
หรือประกาศกระทรวงมหาดไทยซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กำหนดห้ามสร้างอาคารบางประเภทในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร จากเขตถนน ให้ตัดคันหินทางเท้าหรือลดระดับคันหินทางเท้าเพื่อเป็นทางเข้าออก
โดยมีหลักเกณฑ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ข้างต้น ดังต่อไปนี้
8.2.6.1
ในที่แปลงหนึ่งให้ทำทางเข้าออกได้ช่องทางเดียว ยกเว้นที่ตั้งสถานีบริการจำหน่ายน้ำมัน และสถานีบริการจำหน่ายแก๊ส ให้ทำทางเข้าออกได้สองช่องทาง
8.2.6.2
ที่ดินแปลงหนึ่งหรือหลายแปลงที่มีกรรมสิทธิ์เดียวติดต่อกันเกินกว่า 300 เมตร ตามแนวถนน
ให้ทำทางเข้าออกได้เกินกว่าหนึ่งช่องทาง แต่ละช่องทางมีศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 300
เมตร
8.2.6.3
ที่ดินแปลงใดที่มีทางเข้าออกทางอื่นอยู่แล้ว ห้ามทำทางเข้าออกอีก
เว้นแต่ถนนซอยเชื่อมกับทางเข้าออกเดิมมีผิวจราจรกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร และเป็นทางเข้าออกของที่จอดรถยนต์
ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารที่กำหนดให้มีที่จอดรถยนต์เกินกว่า 30 คัน
ข้อ 9 การทำทางเชื่อมให้อนุญาตได้ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
9.1
ให้ทำทางเชื่อมมีความกว้างเท่ากับหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ตัดคันหินทางเท้า หรือลดระดับคันหินทางเท้าตามข้อ 8
และมีไหล่ทางกว้างข้างละไม่เกิน
1.5
เมตร
9.2
รัศมีผายปากตรงจุดเชื่อมของการจราจร
กรณีทางเชื่อมเข้าออกบ้านพักอาศัย
อนุญาตให้มีรัศมีผายปากไม่เกิน
2.5
เมตร
และทางเชื่อมเข้าออกอื่นๆ
อนุญาตให้มีรัศมีผายปากไม่เกิน
5
เมตร
9.3
การทำทางเชื่อมผ่านคูน้ำต้องปฏิบัติตามระเบียบกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยการขออนุญาตซ่อมหรือสร้างทางเท้า ฝังท่อระบายน้ำ
และสร้างสะพานชั่วคราว
9.4
แนวศูนย์กลางของทางเชื่อมเพื่อเป็นทางเข้าออกของที่จอดรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
ข้อ 10 การตัดคันหินทางเท้า ลดระดับคันหินทางเท้า
และ / หรือทำทางเชื่อม ให้เป็นไปตามแบบมาตรฐานของกรุงเทพมหานคร
และตามเงื่อนไขที่ผู้อนุญาตกำหนดให้แต่ละราย
ข้อ 11 การตัดคันหินทางเท้า ลดระดับคันหินทางเท้า และ / หรือทางเชื่อมที่ตัดไว้และไม่ใช่แล้ว
ผู้ขออนุญาตหรือเจ้าของที่ดินต้องจัดสร้างเป็นทางเท้าให้เหมือนทางเท้าข้างเคียง ส่วนกรณีทางเชื่อมให้รื้อออกและจัดทำให้เหมือนสภาพเดิม
ข้อ 12 กรุงเทพมหานครมีสิทธิที่จะยกเลิกการอนุญาตได้
ถ้าผู้ขออนุญาตกระทำการฝ่าฝืนเงื่อนไขในใบอนุญาตหรือกรุงเทพมหนครมีความจำเป็นเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการจราจร หรือความปลอดภัยแก่ผู้สัญจรที่จะต้องปรับปรุงก่อสร้าง อันมีผลกระทบต่อการตัดคันหินทางเท้า ลดระดับคันหินทางเท้า และ / หรือการทำทางเชื่อมที่อนุญาตไปแล้ว
ข้อ 13 ผู้รับอนุญาตต้องเสียค่าบริการตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยค่าบริการ
ข้อ 14 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้นำเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาสั่งการ
ประกาศ ณ วันที่ 12 เมษายน 2531
พลตรี
จำลอง ศรีเมือง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร