แบบหล่อคอนกรีต

PDFPrintE-mail

   

formwork2

แบบหล่อฐานราก
แบบหล่อคอนกรีตงานฐานรากทำหน้าที่รับแรงดันด้านข้าง ลักษณะพิเศษของแบบ หล่อฐานรากอีกอย่าง คือมีส่วนของแบบที่ติดต่อกับพื้นดิน ซึ่งสามารถใช้รองรับค้ำยันหรือใช้เป็นแบบหล่อด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ สภาพของดินและลักษณะของฐานราก ลักษณะรูปร่างฐานรากส่วนมากเป็นรูปสี่เหลี่ยม จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือ สี่เหลี่ยมจัตุรัสขึ้นอยู่กับการออกแบบ ในการทำแบบหล่อคอนกรีตสำหรับฐานรากแบบนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วน ที่ง่าย และสะดวกต่อการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีฐานรากรูปวงกลม รูปสามเหลี่ยม รูปห้าเหลี่ยม หกเหลี่ยม และแปดเหลี่ยม ซึ่งจะแปรตามการจัดเสาเข็มเพื่อให้เกิดแรงดัดน้อยที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยทั่วไปงานฐานรากในพื้นที่ดินแห้งและเนื้อดินเกาะตัว กันแน่น จะไม่มีการทำแบบหล่อฐานราก เนื่องจากผนังดินของหลุมทำหน้าที่เป็นแบบไปในตัวอยู่แล้ว ทั้งยังเป็นการประหยัดไม้แบบอีกด้วย แต่ในกรณีที่สภาพดินแห้งและเป็นดินร่วน เมื่อขุดหลุมจะพบว่า ผนังดินข้างหลุม จะพังลงก้นหลุม หรือกรณีที่ดินในหลุมเป็นเลน ก็จะเป็นเรื่องยากในการที่จะขุดหลุมให้ได้ขนาดและ การทำงานฐานราก ก้นหลุมเพราะคอนกรีตก้นหลุม อาจผสมไปกับดินทำให้คอนกรีตมีคุณสมบัติเสื่อม อันมีผลต่อความแข็งแรง ทนทานของ โครงสร้างฐานราก ในกรณีเช่นนี้ จะต้องมีการประกอบแบบหล่อฐานราก เพื่อกันดินข้างผนัง ของหลุมพัง และตกลงไปผสมกับคอนกรีต

สิ่งที่ผู้ควบคุมงานจะต้องตรวจสอบสำหรับงานฐานราก คือ

  1. ขนาดของไม้แบบมีความหนาตามหลักวิชาการหรือไม่ ไม้แบบทั่วๆไปจะหนา1 นิ้ว และไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร แต่ถ้าบางกว่านี้ จะต้องมีไม้รับแบบถี่ขึ้นจึงจะสามารถรับแรงอัดของคอนกรีตได้
  2. การเพลาะไม้แบบ และระยะไม้ดามแบบ ในกรณีที่หน้าไม้แบบแคบไม่พอกับความหนาของฐานราก ที่รูปแบบกำหนด จะต้องมีการเพลาะหน้าไม้ให้กว้างขึ้น ควรตรวจดูรอยเพลาะ จะต้องให้สนิท เพื่อป้องกันการไหลออกของน้ำปูนขณะเท และป้องกันดินหรือเลนที่จะไหลเข้าขณะตั้งแบบไว้ นอกจากนี้จะต้องดูระยะของไม้ดามแบบ พอที่จะรับแรงดันของคอนกรีตได้หรือไม่ ถ้าติดไม้ดามแบบห่างและไม่มีดินภายนอกอัดแบบไว้ อาจทำให้คอนกรีตดันแบบเปลี่ยนรูป
  3. การตรวจขนาดความกว้าง ยาว และลึกของแบบหล่อคอนกรีต ควรตรวจว่าได้ขนาดตามที่รูปแบบและ รายการก่อสร้างกำหนดหรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วผู้ทำการก่อสร้างมักจะคิดว่า เพื่อเป็นการประหยัดวัสดุ จึงทำฐานรากให้มีขนาดเล็กและบางกว่าที่แบบกำหนดซึ่งทำให้รับน้ำหนัก ของอาคารไม่ได้ตาม ที่วิศวกรออกแบบและคำนวณไว้ นั้นก็หมายความว่าอันตรายที่จะเกิดขึ้นในภายหลังกับอาคาร
  4. ตรวจดูการติดตั้งแบบให้ได้ฉาก และระดับ ตลอดจนถอดแบบได้ง่าย เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกระเทือนกับคอนกรีตที่เทลงไปแล้ว มีงานก่อสร้างบางแห่งนำไม้แบบที่จวนจะหมดอายุการใช้งานแล้ว มาประกอบแบบฐานราก ตียึดกันอย่างดี และใช้ดินประกบรอบข้างเพื่อช่วยกันแบบไว้ เมื่อเทคอนกรีตเสร็จ คอนกรีตดันแบบ ดินก็ดันแบบ ทำให้ไม้แบบแน่น ถอดไม่ได้จึงทิ้งค้างไว้ แล้วทำการกลบหลุมไปเลย ผลเสียที่ตามมาก็คือ เมื่อไม้แบบผุ ทำให้ดินรอบฐานหลวม แรงเสียดทานซึ่งมีส่วนช่วยพยุงฐานรากไม่ให้เกิดการทรุดตัว ถูกทำลายไป ผู้ควบคุมงานจึงควรที่จะระมัดระวังในเรื่องนี้ให้มาก

แบบหล่อแผ่นพื้น แผ่นพื้นคอนกรีตสามารถก่อสร้างได้หลายระบบแตกต่างกันตามข้อกำหนด และการใช้งาน  เช่น  แผ่นพื้นรองรับด้วยคานแผ่นพื้นไร้คาน แผ่นพื้นระบบรังผึ้ง  แผ่นพื้นระบบตง   แผ่นพื้นวางบนดิน และแผ่นพื้นหล่อระหว่างคานสำเร็จรูป  เป็นต้น  ระบบที่เห็นมากที่สุดก็ควร จะเป็นระบบพื้นที่รองรับด้วยคานซึ่งอาจจะเป็นทางเดียว สองทาง หรือแผ่นพื้นยื่นจากคานในขั้นตอนการ ก่อสร้างบางครั้งจะพบว่าคานและ แผ่นพื้นอาจจะหล่อกันคนละครั้งแต่ในทางปฏิบัติที่ดีควรจะหล่อ เป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นแบบหล่อคอนกรีตของแผ่นพื้นแบบนี้จะต้องเกี่ยวโยงกับแบบหล่อคานด้วย ทั้งในแง่ของน้ำหนักคอนกรีตและการเชื่อมต่อระหว่างสองส่วนซึ่งจะต้องออกแบบ และก่อสร้าง เพื่อการถอดแบบที่ง่ายและหลีกเลี่ยงไม่ให้เนื้อคอนกรีตอมแบบ แผ่นพื้นไร้คานซึ่งกำลัง ได้รับความสนใจในอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างมากเพราะแบบหล่อง่ายและสะดวกในการทำงานแบบ หล่อคอนกรีตของพื้นระบบนี้คล้ายๆ กับระบบแผ่นพื้นที่รองรับด้วยคานแต่สามารถปัญหาเกี่ยวกับ คานออกไปได้

แบบหล่อคาน ความยากง่ายในการทำแบบหล่อคานจะขึ้นอยู่กับลักษณะรูปร่างหน้าตัดของคานเป็นหลัก ที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือคานหน้าตัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า การถอดแบบกระทำได้ 2 ลักษณะคือ ถอดแบบทั้งหมดเลย กับถอดเฉพาะแบบข้างก่อน เหลือท้องแบบไว้ จนกว่าคอนกรีตได้อายุถึงจะถอด ออกภายหลัง การทำงานสำหรับกรณีหลังจะยุ่งยากพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อหล่อคานและพื้นพร้อมกัน

อาคารที่มีคานคอดินยึดเสาตอม่อ และรับผนังอาคารแล้วจะมีการประกอบแบบได้สองลักษณะ คือ ท้องคานติดผิวพื้น ลักษณะนี้จะไม่มีแบบท้องคาน และแบบท้องคานลอยเหนือผิวดิน ลักษณะนี้จะต้องมีแบบท้องคาน การตรวจสอบการทำคานคอดินและคานทั่วไป มีดังนี้

  1. ตรวจสอบการใช้วัสดุทำแบบหล่อ ว่าเป็นวัสดุเก่าหรือใหม่ มีความแข็งแรงเพียงพอหรือไม่ ผิวแบบจะต้องถูกต้องตามที่รูปแบบกำหนด
  2. กรณีที่เป็นคานคอนกรีตที่มีท้องคานติดกับผิวดิน จะต้องมีการอัดบดดินตามแนว คานให้แน่น และเพื่อเป็นการป้องกันเหล็กเสริมเส้นล่างติดดินต้องกำหนดให้ใช้คอนกรีตหรือปูนทรายใน อัตราส่วนหยาบ เทแต่งเป็นแนวให้ได้ระดับตามแนวที่คานจะผ่านทุกตัว วิธีนี้นอกจากจะเป็น การป้องกันเหล็กเสริมด้านล่างติดดินแล้ว ยังเป็นการป้องกันการทรุดตัวของดินใต้ท้องคาน เมื่อคอนกรีตที่เทยังรับกำลังไม่ได้อีกด้วย
  3. ในกรณีที่คานคอดินลอยเหนือพื้นดิน จะไม่มีปัญหาในเรื่องเหล็กติดดิน แต่อาจเกิดปัญหาการทรุดตัว ของค้ำยันใต้ท้องคาน หากปรากฎว่า ดินเปียก หรือเมื่อน้ำไหลออกจากแบบ ทำให้ดินเปียก ก็มีโอกาสทำให้ค้ำยันทรุดตัว ขณะที่คอนกรีตยังรับน้ำหนักตัวเองไม่ได้ซึ่งอาจเป็นเหตุให้คานแตกร้าวได้
  4. กรณีแบบหล่อที่ต้องทาน้ำมันที่ผิวแบบ จะต้องทาก่อนที่จะนำแบบหล่อไปติดตั้งและ ควรหลีกเลี่ยง ที่จะทาในขณะที่มีโครงเหล็กเสริมอยู่ในแบบหล่อคานหลังติดตั้งแบบเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเหล็ก จะเปื้อนน้ำมันทำให้มีผลต่อการยึดหน่วงระหว่างผิวเหล็กกับคอนกรีต
  5. ในกรณีที่ใช้เครื่องสั่นคอนกรีต( Concrete Vibrator )จะต้องพิจารณาความแข็งแรงของแบบหล่อ เป็นพิเศษ
  6. ตรวจเช็คระดับแบบท้องคานให้ตรงตลอดความยาวคาน
  7. ตรวจสอบค้ำยันด้านข้าง และท้องคานให้มีความแข็งแรงพอเพียง

แบบหล่อกำแพง
การทำแบบหล่อกำแพงถือเป็นงานที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะเมื่อกำแพงสูงมากและต้องการเทให้เสร็จในครั้งเดียว เนื่องจากแรงดันของคอนกรีตสูง จึงมีผลกระทบต่อขนาดและน้ำหนักของชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ความยาก หรือง่ายของงานทำแบบหล่อกำแพงไม่เพียงการประกอบติดตั้งเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการเทคอนกรีต และการถอดแบบด้วย แต่หากมีการ เตรียมงานที่ดีและทำงานอย่างถูกขั้นตอนก็สามารถถปัญหาและ ความยุ่งยากลงได้

แบบหล่อเสา
แบบหล่อเสาคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นชิ้นส่วนโครงสร้างที่รับแรงดันทางข้างสูงกว่าชิ้นส่วนโครงสร้างแบบหล่อ คอนกรีตแบบอื่น เนื่องจากเสามีความสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่หน้าตัด ดังนั้น ในการเทคอนกรีตจึง สามารถเพิ่มความสูงของคอนกรีตได้เร็ว การก่อสร้างแบบหล่อเสาคอนกรีตจึงจำเป็นต้องพิถีพิถันในการยึด ข้างแบบเข้าด้วยกัน การค้ำยันทางข้าง และการยึดแบบให้สนิทกับพื้นรองรับเพื่อป้องกันการขยับบิด และ ไม่ได้ดิ่งในระหว่างการเทคอนกรีต

สิ่งที่ผู้ควบคุมงานจะต้องคอยตรวจสอบในงานแบบหล่อเสา

  1. การใช้วัสดุทำแบบหล่อให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น มีความหนาพอที่จะรับแรงอัดขณะเทคอนกรีตได้ มีผิวของแบบถูกต้องกับผิวคอนกรีต
  2. ตรวจการต่อและการเพลาะแบบ ในกรณีที่วัสดุทำแบบเล็กกว่าขนาดเสา จะต้องมีการเพลาะหรือต่อแบบ การดามรอยต่อแบบได้อย่างแข็งแรง ตรวจขนาดของแบบให้ได้ขนาดตามที่กำหนด
  3. ตรวจการใช้น้ำมันทาแบบในกรณีเป็นแบบคอนกรีตเปลือย เพื่อง่ายต่อการถอดแบบ แต่บางครั้งอาจ มีผลเสียกับงานทาสี เนื่องจากผิวคอนกรีตมีน้ำมันเคลือบผิวอยู่ ทำให้ทาสีไม่ติด ดังนั้น จะต้องตรวจสอบ คุณภาพของน้ำมัน และจะต้องมีคุณสมบัติ ใสขาว การทาจะต้องทาเพียงบางๆ
  4. ตรวจระยะของปลอกรัดหรือระยะของการตีตะปูยึดแบบให้ถูกต้อง
  5. ตรวจดิ่งและแนวการตั้งแบบเสาตลอดทั้งแนวให้ถูกต้อง
  6. ตรวจว่ามีสิ่งที่ต้องฝังหรือผ่านในเนื้อคอนกรีตหรือไม่ เช่น การเสียบเหล็กยึดผนังก่ออิฐ ท่อสายไฟ เป็นต้น
Last Updated on Friday, 16 December 2011 11:25