ตั้งเว็บเป็นหน้าแรก
   





สัมภาษณ์คนดังกับ thaiengineering.com
สวัสดีครับ ขออภัยหลายๆ นะครับ ที่เว้นวรรคในการสัมภาษณ์ไปนานมากๆ เลย ก็กว่า 7 เดือนนะครับที่ไม่มีความเคลื่อนไหวของการสัมภาษณ์ เมื่ออาทิตย์ก่อน (11/6/44) ก็เกิดการทรุดตัวของอาคารที่สมุทรปราการ การวิบัติของอาคารนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เพราะอาจมีการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินได้ ทั้นนี้ทั้งนั้นการป้องกันที่ดีก็คงจะเป็นวิถีทางที่ดีที่สุด .... สำหรับการหลีกเลี่ยงการวิบัติของอาคารได้

บุคคลที่ผมจะพาไปพบก็เป็นบุคคลในระดับต้นๆของประเทศที่มีความรู้เรื่องของการวิบัติของอาคาร เป็นอย่างดี ท่านผู้นี้ก็คือ คุณมั่น ศรีเรือนทอง ปัจจุบันท่านเป็นรองประธานคณะกรรมการวิชาการสาขาวิศวกรรมโยธา ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และอาชีพประจำคือ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค บริษัท เยนเนอรัล เอนยิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)

เรามาอ่านบทสัมภาษณ์กันดีกว่าครับ....
สัมภาษณ์เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2544

คุณมั่น ศรีเรือนทอง
ดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค บริษัท เยนเนอรัล เอนยิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
รองประธานคณะกรรมการวิชาการสาขาวิศวกรรมโยธา ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ

เกียรติประวัติ

วิทยากรและอาจารย์พิเศษ ในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานราชการต่างๆ

เป็นผู้เขียนบทความทางวิชาการเกี่ยวกับการวิบัติของอาคารในประเทศกว่า 40 บทความ
กรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีวิบัติของโครงหลังคากีฬาทางน้ำ สนามกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ มธ.
กรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีวิบัติของอัฒจันทร์สนามยิงธนู สนามกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ มธ.


Thaieng สวัสดีครับ สำหรับการเสียสละเวลาให้สัมภาษณ์ในเรื่องของ การวิบัติของอาคารในประเทศไทยกับมาตรฐานงานก่อสร้างไทย เริ่มต้นของทราบประวัติอย่างย่อ ของคุณมั่นสักนิดครับ
คุณมั่น ครับ ผมจบวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ จบในปี 2524 และก็ทำงานอยู่ปีหนึ่ง ที่บริษัท กรุงเทพเอ็นจิเนียริ่ง คอยซัลเทนส์ จำกัด หลังจากนั้นก็มาเรียนต่อที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ AIT นะครับ ก็จบมาในปี 2527 หลัจากนั้นก็มาทำงาน ในบริษัท เยนเนอรัล เอนยิเนียริ่ง จำกัด ปัจจุบันก็เป็นบริษัทมหาชนนะครับ ก็ทำมาตั้งแต่ปี 27 ถึงปัจจุบันก็ ... 17 ปี

Thaieng พูดง่ายๆก็คือ จบปริญญาโทก็มาทำงานที่นี่เลย แล้วในตำแหน่งแรกทำหน้าที่อะไรหรือครับ
คุณมั่น เริ่มต้น ก็อยู่ในตำแหน่งวิศวกรออกแบบ แล้วก็เลื่อนตำแหน่งมาเรื่อยๆ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ แล้วก็ผู้จัดการแผนก post tension หลังจากนั้นผมก็เปลี่ยนไปเป็นผู้จัดการแผนกเทคนิคและพัฒนา แล้วก็ไปตั้งแผนกใหม่เป้นผู้จัดการแผนก MIS หรือ management information system ภาษาไทย...ก็สารสนเทศประมาณนั้นนะครับ จัดทำระบบ LAN ระบบ Computer ของบริษัท และหลังจากนั้นก็เป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของบริษัท

Thaieng ครับในเรื่องของงานประจำนั้น เราพอจะทราบแล้ว แล้วทางคุณมั่น นั้นเข้ามาร่วมงานกับทางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้อย่างไรครับ
คุณมั่น ครับ ในปี 2529 ทาง ดร.ปณิธาน ท่านก็ชวนผมไปเป็นคณะกรรมการ เรียกง่ายๆก็คณะทำงานร่างมาตรฐานคอนกรีตอัดแรง ปัจจุบันก็เรียก ว.ส.ท.1009 - 34 ประมาณนั้นนะครับ ร่างเมื่อปี 29 มาเสร็จเอาปี 34-35 เนี่ยนะครับ แล้วก็ใกล้ๆกันนั้นนะครับ ประมาณปี.....2532 ดร.ไกรวุฒิ ท่านก็ได้เป็นประธานคณะกรรมการวิศวกรรมโยธา ท่านก็หาเลขาฯ อีกทั้งท่านผู้ใหญ่ก็ได้แนะนำให้ผม ไปเป็นเลขาฯท่าน ท่านก็ชอบ เพราะตอนนั้นผมยังเป็นหนุ่มโสด เขาก็บอกว่าเป็นวิศวกรแถมเป็นหนุ่มโสด ฮาๆ ก็คงมีเวลามากสำหรับ งานเลขาฯ ผมก็เป็นเลขาให้ท่านไกรวุฒิ 4 ปี เพราะท่านเป็น 2 สมัย สมัยละ 2 ปี หลังจากนั้นก็เป็นเลขาให้อาจารย์ ดร.วรศักดิ์ อีก 4 ปี 2 สมัย หลังจากนั้น ดร.ไกรวุฒิก็เป็นประธานสาขาวิศวกรรมโยธาอีกที ก็กลับมาเป็นเลขาท่านอีก ตกลงผมก็เป็นเลขาอยู่ทั้งหมด 10 ปี แล้วหลังจากนั้นผมก็บอกอาจารย์ว่าผมเลิกละ ฮาๆๆ ไม่ไหวละ คือผมทำเลขาอยู่ 10 ปีนี่ควรจะเปลี่ยนตัวได้แล้ว คือประธานเขาก็วน เวียนอยู่แบบนี้ หลังจากนั้นผมก็เปลี่ยนให้ อาจารย์ ดร.ชัย ซึ่งอยู่บางมด มาเป็นเลขา ก็ทำอยู่หลายปีเหมือนกัน ฮาๆๆ ท่าทางท่านก็กำลังจะมองๆ คอยส่งต่ออยู่เหมือนกัน ฮาๆๆ หากมีวิศวกรหนุ่มๆ มีแววท่านก็คงดึงมาช่วย ฮาๆๆ

Thaieng แล้วปัจจุบัน.....ละครับ
คุณมั่น หลังจากที่ผมเลิกเป็นเลขา ท่านก็มอบหมายให้ผมเป็นรองประธานสาขาวิศวกรรมโยธา ผมก็เป็นอยู่ 2 สมัย ในสมัยของ ดร.สมชายเป็นประธาน ก็เป็นรองประธานอยู่ 4 ปี แล้วนับตั้งแต่ที่ทำให้ วสท.อยู่นี้ก็ 15 ปีแล้ว ตั้งแต่ ปี 29-44 กรรมการอำนวยการของ ว.ส.ท. ก็เคยเป็นนะครับ แล้วก็อีกหลายตำแหน่ง ทั้งกรรมการโครงการ กรรมการร่างมาตรฐาน แล้วก็เป็นตัวแทนของ ว.ส.ท. ใน สมอ. และอีกหลายตำแหน่งนะครับ

Thaieng ครับผม แต่ก็เห็นคุณมั่น ทำงานให้กับ ว.ส.ท. ด้วย ทำงานประจำด้วย คุณมั่นแบ่งเวลาอย่างไรครับ
คุณมั่น ก็..ค่อนข้างจะมั่วนิดๆ นะครับ แต่ก็สามารถแบ่งเวลาได้บ้าง เพราะ ว.ส.ท. นั้นส่วนใหญ่จะทำและประชุมกันตอนเย็นๆ หลังเลิกงาน ส่วนใหญ่ผมจะทำงานให้ ว.ส.ท. ในตอนเย็นเยอะ ก็มีบ้างที่มีการประชุมในเวลางานปกติ แล้วผมก็ต้องปลีกตัวไปงานดูงานของว.ส.ท.บ้าง และก็เป็นตัวแทนของ ว.ส.ท. เข้าร่วมประชุมอีกหลายงาน ก็ใช้เวลางานของบริษัทไปพอสมควร ก็เบียดไปเบียดมา ok ก็คือ 1.ทำให้ผมมีเวลาน้อยในการไปกินเหล้า เมายาน้อยลง แล้วก็การสังสรรค์ในเวลาค่ำคืนผมก็จะมีเวลาน้อย เพราะต้องให้เวลา กับบริษัทเพิ่มขึ้น ทำงานให้บริษัทค่ำๆมืดๆ ทดแทนเวลาทำงานที่เสียไปนะครับ พยายามทำงานทั้งสองให้ได้ดี และมากที่สุด อายุคนเราก็มีเท่านี้ มีเวลาทำงานตั้งแต่ 20 กว่าปีจนถึง 60 ปี เท่านั้น ตอนนี้ 40 กว่าก็ชักจะหมดแรงแล้วละ ฮาๆ

Thaieng แต่ใน ว.ส.ท. ดูๆ แล้วทางคุณมั่นเองก็ยังดูหนุ่มอยู่นะครับ
คุณมั่น ก็หลังจากที่ผมอยู่ ว.ส.ท. อยู่หลายปี ในช่วงที่ทำงานให้อาจารย์วรศักดิ์ สมัยก่อนในสาขาวิศวกรรมโยธามีกรรมการอยู่ 12 คน มีที่ปรึกษา 5 คน นะครับ ก็ตกลงมีคนทำไม่ถึง 20 คน ในสาขาโยธา และคนทำงานจริงก็ครึ่งหนึ่งของ 20 คนนะครับ การทำงานก็เลยหนักมาก อาจารย์วรศักดิ์ ท่านก็เลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีคนทำงานกันเยอะๆ เราก็เลยตั้งนโยบายใหม่ โดยเราจะตั้งอนุกรรมการ 7 คณะ แต่ละคณะก็มีกรรมการ 12 คน รวมที่ปรึกษาด้วยบางคณะอาจมีถึง 20 คน พูดง่ายๆก็คือ มีอนุกรรมการ 7 คณะ คณะละ 20 คน ก็ 140 รวมกับ กรรมการโยธาอีก 20 ก็ 160 คน เพราะฉะนั้นช่วงหลังเลยมีคนทำเยอะหน่อย หลังจากรุ่นที่อาจารย์วรศักดิ์เป็นประธาน ก็มีคนทำงานมากขึ้น ก็มีทั้งอายุมากกว่าผมแล้วก็อายุน้อยกว่าผมเข้ามาร่วมงาน จากที่สังเกตุก็จะเห็นว่าคนที่มีอานุน้อยกว่าผมยังคงมีไม่ถึงครึ่ง ก็แสดงว่าการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานให้ ว.ส.ท. ยังไม่ดีพอ คือรุ่นที่เข้ามาทำงานให้ ว.ส.ท. ในช่วงแรกๆยังไม่ออกไป คนกลุ่มใหม่ก็เลยยังไม่สามารถเข้ามาได้ ทางเข้ามาของเด็กรุ่นใหม่ๆจึงค่อนข้างตัน

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาท่านนายกคนปัจจุบันท่านเลยมีแนวคิดที่จะตั้งกลุ่มยุววิศวกรขึ้น โดยกลุ่มนี้จะเป็นฝ่ายออกไปชักชวนวิศวกรรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำให้ให้กับทางสมาคมมากขึ้น สิ่งที่นำวิศวกรรุ่นใหม่ๆเข้ามาเพื่อให้พวกเขาเรียนรู้งาน และพวกเขาเหล่านั้นหากเข้ามาทำหน้าที่แทนอนุกรรมการ พวกเขาจะสามารถทำได้หรือไม่ หากพวกเขาหล่าวนั้นคิดว่าสามารถทำหน้าที่ที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้นได้ ก็ให้ลองติดต่อกับทางผู้ใหญ่ ในแต่ละสาขาที่ถนัด หากผ่านการคัดเลือกในช่วงแรกอาจมาทำหน้าที่เป็นคณะทำงานก่อน เพื่อดูความเสียสละในการเข้าร่วมงานกับ ว.ส.ท. มากน้อยแค่ไหน หากใครทำไม่ได้ก็จะเบื่อและก็จะหายๆไปเอง เพราะทาง ว.ส.ท. เองก็ไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่ารถให้ ไปประชุมทีก็ต้องออกค่าน้ำมันรถเอง ไปถึง ว.ส.ท. ก็อาจได้ทานข้าว ทานน้ำฟรี บ้าง จึงต้องดูที่ใจว่าเสียสละเวลาได้หรือไม่

OK ค่าตอบแทนทางรายได้นี้ท่านจะไม่ได้เลย ท่านจะเสียอย่างเดียว แต่สิ่งที่ท่านจะได้คือ ท่านจะได้มุมมองอีกมุมมองหนึ่ง มุมมองใหม่ๆ ที่ท่านยังไม่เคยได้รับมา นั้นคือสิ่งที่ผมจะบอกว่ามันคุ้มค่ามาก

Thaieng ไม่ทราบว่างานในด้านต่างๆของ ว.ส.ท. ในปัจจุบันนั้นมีมากขึ้น หรือน้อยลง เมื่อเทียบกับเมื่อปี 2539-42 ครับ
คุณมั่น ช่วงนั้นก็ทำงานหนัก งานก็เยอะ แต่ยอมรับว่าทำงานง่ายกว่าปัจจุบันนี้ ปัจจุบันนี้งานน้อยลงหน่อยหนึ่ง เพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดีกิจกรรมน้อยลง แต่ก่อนนี้เราสามารถจัดดูงานได้ทุกเดือนเลย แต่เดี่ยวนี้ดูงานทีคิดกันยากมาก ว่าจะจัดที่ไหนบ้าง ค่าใช้จ่ายเราจะคิดแพงมากก็ไม่ได้ เพราะเราเข้าใจว่าสมาชิกมีรายได้น้อยลง ไม่เหมือนเมื่อก่อนร่ำรวยกันใหญ่นะครับ แต่ก่อนเงืนเดือน engineer จบใหม่ก็ หมื่นกว่าบาทละ

Thaieng ขอบคุณครับ นั้นเรามาเข้าเรื่องของการวิบัติของอาคารตามที่ถนัดของคุณมั่น กันเลยนะครับ จากที่เห็นคุณมั่นได้ให้ความสนใจในเรื่องของอาคารวิบัติมีการเขียนบทความหลายเรื่อง
คุณมั่น ครับ

Thaieng ไม่ทราบว่าคุณมั่นมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการวิบัติของอาคารในประเทศไทย และคุณมั่นคิดว่ามาตรฐานในงานก่อสร้างของเมืองไทย ของเราดีพอหรือยัง
คุณมั่น ครับผมต้องขอออกตัวก่อน ว่าจริงๆแล้วเริ่มต้นผมก็ไม่คิดว่าจะมาสนใจในเรื่องของการวิบัติต่างๆ มันเป็นงานอดิเรกมากกว่านะครับ และอีกอย่างเป็นคนชอบถ่ายรูป ในขณะที่เป็นเลขาของท่านประธาน พอมีการวิบัติก็เลยต้องไปกับท่านประธาน พอไปมาไปมา ท่านประธานไม่ว่าง เลขาเลยก็ต้องไปเองคนเดียว ต้องเขียนรายงานว่าเราไปทำอะไรมา อีกอย่างผมมีพื้นฐานการถ่ายรูปมาก่อน ผมเลยถ่ายรูปมาเป็นหลักฐานด้วย ใช้ภาพถ่ายประกอบการบรรยายด้วย เน้นภาพมากหน่อย ฮาๆ เขียนไปเขียนมาท่านประธานก็เห็นว่าเรื่องนี้ดี เอาลงโยธาสาร เรื่องนั้นดี ก็เอาลงโยธาสารอีก ก็ลงไปเรื่อย กลายเป็นเราเลยมีหน้าที่ต้องทำเรื่องนี้เลย จริงๆก็มีท่านผู้ใหญ่อีกหลายท่านที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ และอีกหลายท่านก็เลิกไปแล้ว

ทีนี้พอมีการวิบัติที่ไหนผมก็เลยต้องรีบไป เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมานี้ มีการวิบัติของอาคารที่ สมุทธปราการ ผมก็ต้องรีบไปสถานที่เกิดเหตุ ดูว่าการวิบัติมีสาเหตุมาจากสิ่งใด หลังจากที่ไปดูการวิบัติจากหลายๆแห่ง ก็พบว่ามีข้อบกพร่องมากพอสมควร คือเมื่อสัก 4 ปีที่แล้วผมก็รวบรวมบทความ Present ที่งาน ว.ส.ท. และที่ AIT ในงาน international conference ผมก็นำเอาการวิบัติที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยกว่า 23 case ไปนำเสนอด้วย โดยก่อนจะนำไปผมได้นำทั้ง 23 case มานั่งดู ว่าแต่ละ case เกิดจากอะไรบ้าง มีตัวเลขที่น่าตกใจคือ การวิบัติเกิดจากการออกแบบไม่ดีถึง 10 case หากคิดเป็นเปอร์เซนต์ก็ ประมาณ 43 % ซึ่งมันก็เป็นตัวเลขที่ไม่ค่อยสวยนักสำหรับการออกแบบ และการวิบัติที่เกิดจาก คุณภาพต่ำก็ 6 case ใน 23 case ก็ประมาณ 26 % แล้วก็พวกสร้างผิดแบบ ประมาท นั่งร้านพัง ก็ประมาณ 20-30 % ผมนั่ง Present ไปก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไร ผมเองก็เพิ่งจะรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง (2-10 มิ.ย.44) Pro.f David Fowler จาก University of Texas Austin ตัวเลขเขาแย่กว่าเรานะ ทาง Pro.f David นี้ก็ทำเรื่องการวิบัติเหมือนกันนะครับ ซึ่งท่านบอกว่าการวิบัติซึ่งเกิดที่อเมริกาที่เกิดจากการออกแบบมีถึง 40-60 % ฟังแล้วดูคนไทยยังดีกว่าเยอะ.. การก่อสร้างผิดพลาดที่อเมริกามี 25-30 % แต่การควบคุมงานอเมริกาเขาเข้มงวดกว่าเราเยอะ แล้วก็เรื่องของวัสดุคุณภาพต่ำ 10-15 % สองตัวเลขหลังนี้ก็ใกล้เคียงกับคนไทยนะครับ

Thaieng แต่ประเทศอเมริกานั้นมีพื้นที่ใหญ่กว่าเรามาก อัตราการเกิดความสูญเสียย่อมมากตามไปด้วย แล้วเราสามารถเทียบกันระหว่าง อเมริกากับประเทศไทยได้หรอครับ
คุณมั่น จริงๆ เราเทียบกันเป็นเปอร์เซนต์นะครับ ข้อมูลที่เราเก็บได้ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใน area กรุงเทพและปริมณฑล ส่วนในต่างจังหวัดก็ยังไม่มีมากนัก อย่างของผม 40 % ก็อาจเทียบได้ว่า 40 % เป็นของเขตกรุงเทพและปริมณฑล ส่วนท่าน David มาจาก Austin ก็น่าจะเก็บข้อมูลมา ณ พื้นที่ที่ใกล้เคียงกันนะครับ จริงๆแล้วผมอยากให้มองของเรา สิ่งที่แย่คือการควบคุมงานไม่ดี ทำให้ตัวเลขเปอร์เซนต์ ความผิดพลาดจากการควบคุมงานเพิ่มขึ้นและตัวเลขเปอร์เซนต์ความผิดพลาดจากการออกแบบลดลง แม้กระนั้นตัวเลขความผิดพลาดจากการออกแบบยังสูงถึง 43 % ลักษณะการออกแบบของเมืองไทยกับอเมริกาเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ เป็นการออกแบบเป็นการทำงานโดยบุคคลคนเดียวหรือกลุ่มเดียวกัน และบางทีอาจมองผิดพลาดได้ เนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยเฉพาะการออก Detail ไม่ดี คือไม่มีรายละเอียด ทำให้ก่อสร้างผิด เราก็ถือว่าออกแบบผิด เพราะว่าส่วนที่มันควรจะมี มันไม่มี Detail พอไม่มีรายละเอียด ก่อสร้างผิด เราก็ถือว่าออกแบบผิด เข้าใจนะครับ ส่วนในอเมริกามีการควบคุมงานดีกว่าเราเยอะ ทำให้ตัวเลขเปอร์เซนต์ของการออกแบบผิดก็จะสูงขึ้น เมื่อเทียบกับตัวเลขรวม การควบคุมงานต้องผ่านหลายคนทั้ง วิศวกร consult เจ้าของงาน การทำงานก็เลยมีข้อผิดพลาดน้อยลง แต่คนออกแบบนั้นเป็นบุคคลคนเดียว กลุ่มเดียวก็เลยมีปัญหาเยอะหน่อย

Thaieng แล้วโดยสรุปแล้วมาตรฐานงานก่อสร้างของไทยอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงหรือพอไปได้ครับ
คุณมั่น ก็เห็นหลายครั้งที่ทั้งการออกแบบและการก่อสร้าง แสดงให้เห็นถึงความไม่รู้ของคนทำงานนะครับ จริงๆก็น่าเป็นห่วงนะครับ เดี่ยวจะตีความว่าเราดีเท่าเทียมกับทางอเมริกา มันไม่ได้นะ เพราะเราต้องเทียบกับงานก่อสร้างของเราเอง มันถึงจะบอกคุณภาพได้ หากจะถามว่างานออกแบบของเราดีเท่าอเมริกาหรือเปล่าผมต้องบอกว่ายังเทียบไม่ได้ในบางอย่าง ที่ถามว่าเมืองไทยเราน่าเป็นห่วงมั้ย โฮฮฮ ผมว่าน่าเป็นห่วงเยอะเลย การออกแบบบ้านเราก็น่าเป็นห่วง เพราะผู้ออกแบบบ้านเราเป็นพวกมีวาจาสิทธิ์ คือบอกยังไงก็ต้องเป็นอย่างนั้น เขียนยังไงก็ต้องเป็นอย่างนั้น ไม่ค่อยมีคนค้านโดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้รับเหมาจะรู้สึกว่าการไปค้านผู้ออกแบบเป็นความผิดร้ายแรง แต่ก็ต้องยอมรับว่าผู้ออกแบบบ้างครั้งก็ไม่ได้เก่งกว่าผู้รับเหมานะครับ ผู้ออกแบบก็อย่าไปถืออีโก้ในส่วนนี้ ผู้รับเหมาทักมาก็ควรที่จะดูหน่อย อย่าไปคิดว่าของเราต้องถูกต้องอย่างเดียว คนอื่นพูดคือผิด ในกฎหมายบ้านเราให้สิทธิ์ผู้ออกแบบมากไป โดยผู้ออกแบบมีสิทธิ์เต็มที่เลย ในการที่จะสั่งแก้ไขแบบต่างๆ ดังนั้นหลังเหตุที่รอยัลพลาซ่า ที่โคราชพังทลายลงมาถึงมาการหาวิธีแก้ไขปัญหา แก้ไขกฎหมายโดยในปัจจุบัน พรบ.ฉบับที่ 3 ได้ให้อำนาจต่อกรมโยธาธิการที่จะจดทะเบียน จัดระเบียบในการตรวจสอบอาคารนะครับ รวมทั้งตรวจสอบรายการคำนวณด้วย ซึ่งกรมโยธาก็กำลังระดมความคิดเห็นอยู่ และในเดือนหน้านี้ วันที่ 18 ก.ค. ทาง ว.ส.ท. ก็จะจัดการระดมความเห็นว่าจริงๆ แล้วว่างานที่จะต้องตรวจสอบมีอะไรบ้าง ตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ อาคารลักษณะไหนควรที่จะต้องมีวิศวกรตรวจสอบ คอยเช็คผู้ออกแบบอีกครั้งหนึ่ง สามารถรับรองได้ว่าที่ออกแบบมานั้นถูกต้อง ซึ่งก็กำลังหาวิธีอยู่ว่าจะทำแบบไหน เช่นอาคารที่เป็นอาคารขนาดใหญ่ โรงแรม ก็จะต้องมีวิศวกรตรวจสอบ ส่วนอาคารขนาดเล็ก เช่นที่พักอาศัย ระบบลิทฟ์ ระบบไฟฟ้า ควรมีการตรวจสอบมั้ย อย่างเช่น ลิฟท์ตามโรงพยาบาลเราเข้าๆออกๆ ก็ไม่รู้ว่า ลิฟท์เหล่านี้ได้ตรวจสอบกันบ้างมั้ย ไม่ใช่อยู่ๆก็ตกลงมาไม่นั้นก็แย่เลย

Thaieng ครับผม แล้วจากอาคารต่างๆ ที่เกิดการวิบัติขึ้นมาแล้วนั้น อาคารไหนที่คุณมั่นเห็นว่าเป็นการวิบัติที่ดูแล้วอันตรายน่าเป็นห่วงและ น่ากลัวบ้างครับ
คุณมั่น การวิบัติโดยมากก็อันตรายเยอะนะ ผมอยากจะแบ่งเป็นประเภทๆ เรียกว่า น่าหวาดเสียว น่าเศร้าใจ... น่ากลัวดีกว่า น่าหวาดเสียวก็คือที่มันยังไม่เกิด ในช่วงเวลาใช้งาน แต่เกิดขึ้นก่อนเปิดใช้งาน และทุกคนไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดไว้ น่าหวาดเสียวมากตัวหนึ่งก็คือที่ .. ห้างสรรพสินค้าที่หนึ่ง ที่จ.สุราษฎธานี ก็พังมาหลายปีแล้ว คงไม่ต้องเอ่ยชื่อนะครับ โดยในระหว่างสร้าง มีผู้รับเหมาขออนุมัติแก้ Detail หูช้างรองรับ Truss ขนาดมหึมาเลย รับโครงสร้างเหล็ก ผู้รับเหมาทำจนเสร็จอาคารก็เกือบจะเสร็จละ เขาบอกว่าอีก 2 เดือนก็กำลังจะเปิดใช้งาน คิดดูเป็นห้างสรรพสินค้านะครับ แล้วก็วันดีคืนดีในระหว่างก่อสร้างแล้วก็ไม่มีใครไปทำอะไรมันมากมาย โครงสร้างส่วนหนึ่งที่สร้างเสร็จไปแล้วมันก็พังลงมาโดยไม่มีปี่ไม่มีขุ่ยไม่มีสัญญาณเตือนเลย ขนาดที่พังลงมา 16 เมตร คูณ ร้อยกว่าเมตร คิดดูซิครับ โครงสร้างใหญ่แค่ไหน พังลงมาทับข้างล่างเลยนะ มีคนตาย 2-3 คน ซึ่งก็ถือว่ามีการสูญเสียที่น้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ขนาดนั้นนะ แต่เป็นเพราะยังไม่ได้เปิดใช้งาน ไม่เช่นนั้นคงจะแย่กว่านี้แน่นอน ที่น่าหวาดเสียวก็เพราะว่า เราคิดว่าโครงสร้างนั้น ซึ่งมีคนออกแบบ มีผู้ควบคุมงาน แล้วก็มีผู้รับเหมาชั้นดีเลย แล้วก็มีการขออนุญาตแก้ไข Detail ถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง แต่มันพังลงมา เพราะฉนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าหวาดเสียวตรงที่คนทำงานทั้งผู้รับเหมาแล้วก็ Consult นี้นะทำงานได้เกิดข้อผิดพลาดมากมายขนาดนั้น พลาดไปเยอะเลย อีกอย่างมันพลาดโดยที่มีคนทำงานครบถ้วนทุกฝ่าย นั้นคือน่าหวาดเสียวอันที่ 1 ที่น่าหวาดเสียวอันที่ 2 คิดดูอีก 2 เดือนจะเปิดใช้งานแล้ว หากพังมาตอนนั้นจะเสียหายมากแค่ไหน เป็นห้างสรรพสินค้า พังลงมาเป็น พันตารางเมตร มันต้องมีคนตายจำนวนมากแน่นอน ผมถึงบอกว่า Case นี้น่าหวาดเสียวที่สุดเลย

ถ้าน่ากลัวนะ โอโฮ แน่นอนที่มีคนตายกันเยอะนี้สิน่ากลัว ก็จะเห็นเป็นอาคารรอยัลพลาซ่านี้ น่ากลัวมาก ตอนที่พัง เขาพังวันนี้พรุ่งนี้ผมก็ไปดู พังวันที่ 13 สิงหา ผมไปวันที่ 14 สิงหา เขาก็กำลังหาผู้รอดชัวิตอยู่ แต่โดยมากจะเสียชีวิตแล้ว พวกมูลนิธิก็กำลังทำงานกันอย่างหนัก เราไปก็ไม่ได้ไปช่วยเขาหาผู้เคราะห์ร้าย แต่ไปเพื่อหาสาเหตุของการวิบัติ เรื่องที่น่ากลัวคือ เพราะคุณจะต้องเดินผ่านศพจำนวนมาก ที่ยังติดอยู่ในซากตึก เห็นแต่แขนขาโผล่ออกมาจากกองอิฐ ในชีวิตผมเองก็ไม่เคยเดินผ่านผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้ ดูแล้วน่ากลัวมากบวกกับน่าเศร้าใจด้วย เพราะเห็นว่าเกิดจากความผิดพลาดของ Engineer เพียงคนเดียว ทำให้เกิดเหตุการณ์ขนาดนี้ได้ แล้วเรืองน่ากลัวเรื่องที่ 2 ก็คือโรงงานเคเดอร์ ที่เกิดไฟไหม้แล้วโครงสร้างพัง ตอนไปรู้สึกวังเวงมาก มันจะเหมือนหนังฝรั่ง คือมันจะเห็นควันไฟลอยมาจากโรงงานที่ระเกะระกะอยู่ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราเดินอยู่บนกองอิฐที่มีศพผู้เสียชีวิตมั้ย บางคนก็ถูกตึกทับ เพราะโรงงานเคเดอร์เป็นตึก 3 ชั้น พังลงมาทับคนตายเยอะมาก ร้อยกว่าศพนี้นะ เราก็เดินไปสำรวจเพื่อดูว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร เพี่อเก็บหลักฐานมาวิเคาระห์ นี้ก็คือเรื่องน่ากลัวอันดับ 2 เพราะกลับไปก็ฝันร้าย เลยละ

ต่อมาก็เรื่องน่าเศร้าใจ จริงๆเกิดขึ้นกับผมมาเมื่อประมาณวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมานี้เอง จะมีข่าวว่าป้ายโฆษณาล้ม ที่ตำบลเชียงลาดน้อย อำเภอบางปะอิน นะครับ คนที่เสียชีวิตเป็นคนงานที่เจ้าของป้ายโฆษณาจ้างให้เฝ้าป้าย เพื่อป้องกันคนขโมยนอตป้ายโฆษณา เศร้าใจมาก คนไทยบางคนจนมาก ขโมยได้แม้กระทั่งนอตป้ายโฆษณา โดยการขโมยเกิดขึ้นบ่อยมากจนกระทั้งต้องจ้างคนเฝ้าป้ายไว้ คนเฝ้านี้เป็นครอบครัวมี 3 คน พ่อแม่และลูกนะ ตอนนันก็เป็นตอนเย็นฝนตก พ่อก็อยู่นอกบ้าน บ้านก็ปลูกอยู่ข้างๆป้ายโฆษณา แม่กับลูกก็นั่งกินข้าวอยู่ในบ้าน แล้วลมพายุก็พัดมา พัดป้ายโฆษณาล้มลงทับบ้าน ทับแม่ลูกเสียชีวิตอยู่ในบ้านนะ วันรุ่นขึ้นผมก็ไปที่เกิดเหตุ ก็ไปเห็นกองข้าว ที่เขาบอกว่านั่งกินข้าวอยู่นะครับ ก็เกิดความเศร้าใจนะครับ ไปเห็นสาเหตุการพังละผมยิ่งเศร้าใหญ่เลย เพราะว่าสาเหตุการพังนี้เนื่องจากอะไรรู้มั้ย เนื่องจากโครงสร้างด้านบนเป็นโครงสร้างเหล็ก แต่ข้างล่างเป็นเสาเข็ม เข็มไม้สน มันน่าเศร้าใจขนาดไหน ไม่เข้าใจว่าวิศวกรก่อสร้าง เขาคิดอย่างไร ในเมื่อโครงสร้างข้างบนเป็นโครงสร้างเหล็ก คำนวนราคาด้วยสายตานะครับ รวมๆแล้วก็หลายแสนบาทเลย อยากได้ประหยัดใช้เสาเข็มไม้สน แล้วเสาเข็มไม้สนที่มันพัง เพราะเสาเข็มไม้สนผุ มันผุจนพัง เพราะเป็นป้ายโฆษณาเก่ามากแล้ว เราคิดว่านายทุนหรือเจ้าของป้ายคิดยังไง คือเขาอยากประหยัดขนาดนั้นแล้วเอาชีวิตคนมาเสี่ยง คือเขากินเขานอนอยู่ตรงนั้น ทั้งวิศวกรและก็เจ้าของป้ายจะประหยัดมาเกินไป เราเห็นป้ายโฆษณาสูง 20 เมตร กว้าง 40-50 เมตร แต่ไม่น่าเชื่อข้างล่างนี้เป็นเข็มไม้สนราคาไม่กี่ตังค์ เขาจะทำเป็นเสาคอนกรีตไม่ได้หรือไงนะ สิ่งนี้น่าเศร้าใจมากฟังแล้วมันดูเศร้าใจแทนคนตายมาก

Thaieng ครับ แย่จังนะครับ แล้วไม่ทราบว่าส่วนไหนของอาคารที่เกิดการวิบัติบ่อยที่สุดครับ
คุณมั่น ส่วนของอาคารที่เกิดการวิบัติส่วนมากในกรุงเทพฯ ก็เห็นจะเป็นส่วนของฐานราก ฐานรากเกิดบ่อยมากแน่นอนครับ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตึกแถวที่ถนนเทพารักษ์ ทรุดเอียงก็เกิดจากเสาเข็มอีกเช่นกัน เพราะว่าดินใน กทม. เรานี้ก็มีดินอ่อนเยอะนะครับ ที่นี่สภาพทางการตลาดแข่งขันกันมาก มันก็เลยทำให้การก่อสร้างอาคาร เทาว์เฮ้า ที่พักอาศัย นี้ต้องแข่งในเรื่องของราคากันมาก เมื่อมันมาบีบกันในเรื่องของราคาเหตุการณ์ก็จะเกิด แบบป้ายโฆษณาที่พังลงมาเพราะต้องการประหยัด ส่วนของฐานรากหากประหยัดเราก็จะไม่เห็นเพราะมันอยู่ใต้ดิน ทุกคนก็เลยประหยัดในส่วนของเสาเข็ม เพราะฉนั้นเสาเข็มของบ้าน ของอาคาร ต่างๆ ก็จะใช้ safe of facter แทบไม่มีเหลือแล้วนะครับ โดยมาก load ไม่ถึง เมื่อ load มันเต็มที่แล้ว 150 กก.ต่อตารางเมตร หรือ 200 กก./ตร.ม. โดยมากก็จะเห็นบ้านเอียงซ้าง เอียงขวา เยอะมากมีปัญหาในเรื่องของเข็มเยอะมาก เพราะการแข่งขันทางการตลาดของเราเอง

แย่ส่วนที่ 2 คือส่วนที่จะเกิดมากเป็นอันดับ 2 คือส่วนของ Detail ต่างๆ โดยเฉพาะโครงเหล็กต่อจากคอนกรีต ใน Detail โดยมากแย่มาก จะมีปัญหามากในเรื่องของ Detail นี้ ว่าต่อยังไง ผู้ออกแบบไม่ได้เขียน detail มา ผู้รับเหมาก็ลุยไปเลย โดยไม่ปรึกษาหาวิธีที่ถูกต้องก่อน เรื่องของ Detail จึงเป็นปัญหาที่เกิดบ่อยอันดับ 2 รองจากตัวฐานรากนะครับ

Thaieng แล้วทางคุณมั่นมีโครงการที่จะเขียนหนังสือ เพื่อรวบรวมการวิบัติของอาคารต่างๆ เพื่อเป็นคู่มือแก่วิศวกรรุ่นหลังๆหรือไม่ครับ
คุณมั่น เคยคิดที่จะทำเหมือนกัน แต่ของอย่างนี้มันยากนะ หมายความว่ามันต้องเขียนจากประสบการณ์ เพราะมันเป็นตำราที่ไม่สามารถไปลอกต่างประเทศมาได้ อีกทั้งเรื่องพวกนี้มีให้ศึกษากันน้อยมาก เพราะต้องเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริง ซึ่งในประเทศไทยก็โชคดีที่มี อาจารย์อรุณ ชัยเสรี เขียนขึ้นเล่มหนึ่ง ก็ยังคงมีขายอยู่ในปัจจุบัน ท่านเองก็เคยแนะว่าให้ผมเขียนนะ แต่ผมก็บอกท่านไปว่าผมเองยังไม่แกร่งกล้าพอนะครับ เพราะยังไม่สามารถเขียนแยกเป็นกลุ่มๆได้เหมือนท่าน แบบกลุ่มนี้เป็นกลุ่มนี้นะ ส่วนของผมเองก็เขียนเป็น Paper ไป Present บ้าง ลงในโยธาสารบ้าง เป็น Paper เล็กๆ มีความหนาเพียง 10 กว่า 20 หน้า ที่คิดอยู่แต่ยังไม่สำเร็จคือรวบรวมกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นมา หรือไม่ก็ไปรวมรวมจากหนังสือโยธาสารมี่ผมเคยเขียนขึ้นก็จะมี 30-40 เรื่องได้ ก็อาจใช้วิธีรวบรวมแล้วก็จัดทำเป็นรูปเล่มขึ้นมาเท่านั้น เพื่อเป็นบทเรียนแก้วิศวกรไทยได้ศึกษากันนะครับ

Thaieng ครับผม ผมก็รบกวนเวลาคุณมั่น มาพอสมควรแล้ว ทางคุณมั่น มีอะไรจะกล่าวแนะนำอะไรเพิ่มเติมมั้ยครับ
คุณมั่น ครับ ที่จะกล่าวเป็นเรื่องสุดท้ายของการวิบัติคือว่า อาคารที่วิบัติเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับคนที่เป็นเจ้าของงาน แล้วก็เจ้าของบ้าน รวมทั้ง Engineer ด้วยนะครับ แต่เป็นบทเรียนราคาถูกสำหรับเรา ฉะนั้นถ้าเกิดการวิบัติขึ้นมานะ วิศวกรทุกคนควรจะศึกษาดูว่า เขามีความผิดพลาดอะไรนะครับ ถูกอย่างที่ 1 คือแค่เสียเงินซื้อหนังสือพิมพ์อ่าน แต่บางทีก็เชื่อหนังสือพิมพ์มากไม่ได้ ถูกอย่างที่ 2 ก็คือเสียเงินซื้อหนังสือโยธาสารมาอ่าน..ก็จะรู้มากขึ้นนะครับ ถูกอย่างที่ 3 ก็คือเสียเงินขับรถไปดูที่เกิดเหตุเลยนะครับ ที่ไหนวิบัติขับรถไปดูเหมือนผมเลย ดูแล้วท่านจะมีความรู้มากมายในการวิบัตินั้นๆ นะครับ เพราะเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับเขาแต่เป็นบทเรียนราคาถูกสำหรับเรา เพราะเราเสียแค่ค่าน้ำมันรถไปดูเท่านั้น เพราะเราก็จะได้ความรู้ขึ้นมาว่า เอออ ทำไมมันถึงพังนะ เออออมันพังอย่างไรนะ แม้กระทั่งการพังเมื่อวันที่ 11 ที่ผ่านมา ที่เดียวกันที่เคยพังมาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ทำไมพังไม่เหมือนกันนะ ก็มีคนถามว่าที่คุณสืบศักดิ์บอกว่าพังเพราะเสาเข็มหักที่ข้อต่อ ถ้าเป็นผมตอบผมจะบอกว่าให้ดูรูปคราวที่แล้วกับคราวนี้นะครับแล้วจะรู้ มันก็เลยมีไอเดียขึ้นมาว่า คราวนี้กับคราวที่แล้วทำไมมันถึงพังไม่เหมือนกัน เหตุเกิดที่เดียวกัน เข็มนี้หนีศูนย์เหมือนกัน อะไรเหมือนกัน แต่...พังไม่เหมือนกัน ทำไมมันถึงพังไม่เหมือนกัน มันก็เป็นบทเรียนสำหรับเราได้ ก็เท่านี้นะครับเราเสียแค่ค่าน้ำมันรถ แต่ของคนอื่นเสียเงินตั้งหลายล้าน

Thaieng ขอบคุณคุณมั่นมากนะครับ ที่ให้ความรู้ที่หลากหลายทั้งเรื่องของ ว.ส.ท. เองและเรื่องของการวิบัติของอาคาร ขอบคุณครับ


บทสรุปส่งท้าย
กว่าจะได้นำบทสัมภาษณ์นี้ลงได้ ใช้เวลาหลายวันเลยทีเดียว แต่ก็คุ้มกับความรู้ต่างๆที่ทางคุณ มั่น ศรีเรืองทอง ท่านแนะนำมาให้เรารู้กัน อาจจะช้าไปสักนิดไม่ว่ากันนะครับ

Thaieng.... 23/07/44

 



 


ท่านสามารถติดต่อและแจ้งคำแนะนำกับทีมงานได้ที่ chock87@hotmail.com
© All right reserved. Powered by INNOVATIVE KNOWHOW CO, LTD.