ท่าอากาศสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (New Bangkok International Airport, NBIA) ฉบับย่อ

1. ความเดิม
พ.ศ.2503 โดย รัฐบาลไทยว่าจ้างบริษัท Litchfield Whiting Boune & Associates ศึกษาวางผังเมืองกรุงเทพมหานครในทศวรรษ 1990 เมื่อ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2503 สรุปว่ากรุงเทพมหานครควรมีท่าอากาศยานพาณิชย์อีกแห่งหนึ่งแยกออกจากท่าอากาศยานทหาร โดยสิ้นเชิงเพื่อให้สอดคล้องกับความเจริญเติบโตของเมือง ซึ่งตรงกับผลศึกษาของ Federal Aviation Administration (FAA) แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้แนะนำรัฐบาลไทยว่า กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 2 เพื่อรองรับการเจริญเติบโตการคมนาคมทางอากาศ โดยเสนอ ว่าควรจะอยู่ทางทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งกระทรวงคมนาคมศึกษาพบว่าพื้นที่บริเวณหนองงูเห่า ในตำบลบางโฉลก ตำบลราชาเทวะ และตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีความเหมาะสมที่จะเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานแห่งใหม่ รัฐบาลของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งสนใจโครงการนี้อย่างมาก จึงได้ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินในบริเวณดังกล่าวสมุทรปราการ มีพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่หรือประมาณ 32 ตารางกิโลเมตร

พ.ศ. 2505 จากผลสำรวจภาพถ่ายทางอากาศได้ข้อสรุปว่า สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับท่าอากาศยานแห่งที่ 2 คือกิ่งอำเภอหนองดอกไม้ และหนองบอน จังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศตะวันออกประมาณ 17 กิโลเมตร ซึ่งกำลังพัฒนาเป็นแหล่งอุตสาหกรรม แต่บริเวณที่เลือกสำหรับการก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งชาติ แห่งที่ 2 ถูกขยับไปทางทิศตะวันออกอีก 7 กิโลเมตร ยังบริเวณคลองลาดกระบัง คือบริเวณพื้นที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้มีระยะห่างจากท่าอากาศยานสากลกรุงเทพตามมาตรฐาน แม้ว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวสภาพดินอ่อนตัว ก็สามารถนำเทคโนโลยีชั้นสูงช่วยแก้ปัญหาการทรุดตัวได้

พ.ศ.2506-2516 กรมการบินพาณิชย์ ได้จัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างโดยการจัดซื้อ เวนคืนและใช้ที่สาธารณะรวมเป็นพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่และได้ทำการทดสอบปรับปรุงคุณภาพดินด้วยการถมทรายและใช้ทรายเป็นน้ำหนักกดทับได้ผลในระดับหนึ่ง ก็ถูกระงับโครงการ

พ.ศ. 2520 ได้ว่าจ้าง บริษัท TAMS (Tams Ctipp Petls - Abbett - Mc Corthy Strattion) ให้ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ สถานที่ที่เหมาะสมที่สุด สำหรับก่อสร้างท่าอากาศยานานาชาติ แห่งที่ 2 เพื่อร่างแผนแม่บทก่อสร้าง บริษัทดังกล่าว สำรวจสถานที่ 15 แห่งใกล้ กรุงเทพมหานคร รวมทั้ง ดอนเมือง และได้คัดสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับโครงการนี้ได้ 3 แห่ง คือ ดอนเมือง หนองงูเห่า และอำเภอไทรน้อย แถบลุ่มแม่น้ำนครไชยศรี จากการศึกษาแผนเพิ่มเติมในแง่การลงทุน สิ่งอำนวยความสะดวก ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากตัวเมืองถึง ท่าอากาศยาน ค่าเวนคืนที่ดิน ผลกระทบทางเศรษฐกิจ การใช้ที่ดิน มลภาวะทางเสียง ได้มีการประเมินความเหมาะสม สรุปว่าควรเลือกดอนเมือง หรือหนองงูเห่า เป็นสถานที่ก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่

พ.ศ.2526 กรมการบินพาณิชย์ ได้ว่าจ้างบริษัทและสถาบันการศึกษาทดสอบการปรับปรุงคุณภาพดินด้วยการใช้ Sand Drain ผลการ ทดสอบเป็นที่น่าพอใจ

พ.ศ.2534 กรมการบินพาณิชย์ ทบทวนเรื่องพื้นที่ก่อสร้างอีกครั้งโดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ต่อมาได้มีผู้คัดค้านการสร้างท่าอากาศยาน แห่งที่ 2 ที่หนองงูเห่า และเสนอที่แห่งใหม่ 2 แห่ง คือ อำเภอกำแพงแสน และเขตบางขุนเทียน แต่ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ก็เกิดรัฐประหาร เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลต่อมาได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม ตกลงเลือกหนองงูเห่า เป็นสถานที่ ก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นอันสิ้นสุดข้อโต้แย้งที่ยืดเยื้อมาถึง 3 ทศวรรษ และอนุมัติจัดตั้งท่าอากาศยานแห่งที่ 2 (Second Bangkok International Airport, SBIA) ที่หนองงูเห่า เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2534 โดยในเบื้องต้นให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยดูแลรับผิดชอบ ไปก่อน หลังจากนั้นให้จัดตั้ง บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่จำกัด ขึ้นมาดูแลรับผิดชอบ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2539 ได้ก่อตั้งบริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (New Bangkok International Airport Co, Ltd.) โดย "บทม." เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม โดยมีการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) และกระทรวงการคลังถือหุ้นร้อยละ 51.39 และ 48.61 ตามลำดับ และได้โอนงานจาก ทอท. มารับผิดชอบตั้งแต่ วันที่ 11 เมษายน 2539 เป็นต้นมา มีหน้าที่รับผิดชอบในการก่อสร้างและบริหาร ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด โดยกำหนดจะทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จและเปิดบริการในระยะแรกในปี พ.ศ. 2543 มีทางวิ่ง 2 ทางวิ่ง รองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปี

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2540 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงรูปแบบการก่อสร้างใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายท่าอากาศยาน กรุงเทพ (ดอนเมือง) และทำการก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 ให้แล้วเสร็จและเปิดบริการในระยะแรกได้ในปี 2547 สามารถ รองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคน มี 2 ทางวิ่งวงเงินลงทุนประมาณ 120,000 ล้านบาท

2. บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.)
บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (New Bankok International Airport Company Limited : NBIA) จดทะเบียน เป็นบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2539 เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม มีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท ผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ร้อยละ 51.4 กระทรวงการคลัง ร้อยละ 48.6 ได้โอนงานจากการท่าอากาศยานแห่ง ประเทศไทย มารับผิดชอบตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2539 เป็นต้นมา มีหน้าที่ในการรับผิดชอบในการก่อสร้างและบริหาร ท่าอากาศ ยานสากล กรุงเทพแห่งใหม่ (ท่าอากาศยานหนองงูเห่า)

3. รายละเอียดท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่
ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลบางโฉลง ตำบลราชาเทวะและ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทร ปราการ มีพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่หรือประมาณ 32 ตารางกิโลเมตร มีรายละเอียดดังนี้

3.1 อาณาบริเวณ ทิศเหนือ ติดกับเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ และห่างจากถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ประมาณ 600 เมตร ทิศใต้ห่าง จากถนนบางนา - บางปะกง ประมาณ 3,200 เมตร ทิศตะวันออกมีคลองหนองงูเห่าเป็นเขตกั้นพื้นที่ ทิศตะวันตกมีคลองลาดกระบังเป็นเขต กั้นพื้นที่ และห่างจากถนน กิ่งแก้ว - บางพลี ประมาณ 300 เมตร
3.2 เส้นทางเข้าออก ประกอบด้วยทางเข้า-ออกหลักด้านทิศเหนือ เป็นทางเข้าออกเชื่อมอาคารผู้โดยสารกับถนนกรุงเทพ-ชลบุรีสายใหม่ เป็นทางยกระดับขนาด 2x5 ช่องจราจร ยาวประมาณ 3.4 กิโลเมตร ทางเข้า-ออกด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นถนนขนาด 2x3 ช่องจราจร เชื่อมกับทางยกระดับร่มเกล้าและสะพานลอยเชื่อมถนนกิ่งแก้ว ทางเข้า-ออกด้านทิศใต้ เป็นถนนภายในขนาด 2x2 ช่องจราจร ยาวประมาณ 8 กิโลเมตร และภายนอกขนาด 2x4 ช่องจราจร ยาว 3.2 กิโลเมตร เชื่อมกับถนนบางนา - ตราด และทางด่วนสายบางนา - ชลบุรี ทางเข้า-ออกด้าน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นถนนขนาด 2x2 ช่องจราจรเชื่อมกับถนนอ่อนนุช ทางเข้า-ออกด้านทิศตะวันตกเป็นทางยกระดับและถนนขนาด 2x2 ช่องจราจร เชื่อมท่าอากาศยานกับถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมเขตทางสำหรับรถไฟ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเข้าสู่ท่า อากาศยานโดยอยู่ระหว่างกึ่งกลางทางเข้าออกหลักด้านทิศเหนืออีกด้วย
3.3 ระบบป้องกันน้ำท่วมและควบคุมระดับน้ำภายใน (Controlled Flood Protection System) โดยสร้างเป็นเขื่อนดินล้อมรอบท่าอากาศ ยานความยาวโดยรอบ 23.5 กิโลเมตร มีคลองขนานภายนอกและภายใน อ่างเก็บกักน้ำ 6 แห่ง สถานีสูบน้ำ 2 สถานี ซึ่งระบบดังกล่าว สามารถป้องกันน้ำจากภายนอกไม่ให้ท่วมท่าอากาศยาน โดยมีขีดความสามารถป้องกันน้ำท่วมจากปริมาณน้ำฝนในรอบ 1,250 ปี รวมทั้ง มีระบบระบายน้ำภายในพื้นที่ลงสู่คลองภายในและอ่างเก็บน้ำที่ออกแบบไว้ให้รองรับน้ำที่เกิดจากฝนตกติดต่อกัน 5 วันในรอบ 5 ปีได้โดย ไม่ต้องสูบออก
3.4 ระบบทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยาน (Runways, Taxiways and Apron) มีทางวิ่งกว้าง 60 เมตร ยาว 3,700 เมตร จำนวน 2 เส้น มีทางขับขนานกับ 2 ทางวิ่ง มีหลุมจอดอากาศยานประชิดอาคาร 52 หลุมจอด หลุมจอดระยะไกล 23 หลุมจอด สามารถให้บริการขึ้น-ลงของ อากาศ ยานได้ 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ในอนาคตเมื่อมีการพัฒนาท่าอากาศยานจนถึงระยะสมบูรณ์เต็มพื้นที่แล้ว จะมีทางวิ่งทั้งหมด 4 เส้น สามารถ รองรับการให้บริการขึ้นลงของอากาศยานได้ถึง 112 เที่ยวบิน/ชั่วโมง
3.5 อาคารผู้โดยสาร (Passenger Terminal Complex) อาคารผู้โดยสาร เป็นอาคารเดี่ยว (Single Terminal) ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือ ของท่าอากาศยาน มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 500,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ ยังมีอาคารจอดรถ เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสาร 2 อาคาร สามารถรองรับรถยนต์ได้ถึงอาคารละ2,500 คัน และยังมีสถานีรถไฟใต้ดินอยู่ระหว่างอาคารจอดรถยนต์ ด้วย เมื่อพัฒนาจน ถึงขั้นสมบูรณ์ จะมีลักษณะเป็นอาคารคู่ (Twin Terminal) อยู่ด้านเหนือและด้านใต้โดยมีอาคารเทียบบินแบบ (Satellite) ตั้งอยู่ระหว่างกลางอาคารผู้โดยสารทั้ง 2 อาคาร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 100 ล้านคนต่อปี
3.6 อาคารคลังสินค้า (Cargo Terminal) มีอาคารคลังสินค้า 2 อาคาร แยกกันอยู่ทางทิศเหนือ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 190,000 ตารางเมตร รองรับสินค้าได้ 1.46 ล้านตันต่อปี มีหลุมจอดอากาศยานขนาดใหญ่ 15 หลุมจอด และยังมีอุโมงค์สำหรับรถขนส่งสินค้าเชื่อมต่อคลังสินค้าทั้ง 2 เพื่อให้ สามารถขนถ่ายสินค้า ได้สะดวกและรวดเร็ว
3.7 อาคารรับส่ง พัสดุภัณฑ์ด่วน (Express Freight Terminal) ประกอบด้วยโรงเก็บพัสดุภัณฑ์ และอาคารสำนักงาน พื้นที่จอดรถยนต์ และยานพาหนะ มีที่จอดอากาศยานที่มีลำตัวกว้าง 2 หลุมจอด และอากาศยานลำตัวแคบ 10 หลุมจอด
3.8 อาคารท่าอากาศยานหลวง (Royal Terminal) เป็นอาคารที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมชั้นสูงมีลานพิธีต้อนรับและจัดภูมิทัศน์ที่สวยงาม ไว้สำหรับรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ พระราชอาคันตุกะ และบุคคลสำคัญอื่นๆ มีที่จอดอากาศยาน ขนาดใหญ่ 2 หลุมจอด และที่จอดรถยนต์ 600 คัน (ซึ่งจะทำการก่อสร้างในระยะต่อไป)
3.9 ส่วนซ่อมบำรุงอากาศยาน (Aircraft Maintenance Facilities) มีอาคารซ่อมบำรุง 4 แห่งแต่ละแห่งสามารถจอดอากาศ ยานขนาดใหญ่ได้ จำนวน 2 ลำ และมีทางขับเข้าสู่ลาน จอดอากาศ ยานที่สามารถจอดอากาศยานขนาดใหญ่ได้อีก 12 ลำ
3.10 ส่วนโภชนาการ (Catering Facilities) ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง สามารถผลิตอาหารให้แก่สายการบินต่างๆได้ถึง 65,000 ชุดต่อวัน
3.11 ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Control Complex) จะประกอบด้วย หอบังคับการบิน สูงประมาณ 130 เมตร ห้อง ปฏิบัติการของผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศและภาคพื้น และผู้ประสานงานในการโต้ตอบระหว่างฉุกเฉิน
3.12 นอกจากนี้ ภายในท่าอากาศยานยังประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ อาทิ สถานีบริการน้ำมัน น้ำมันเชื้อ เพลิงอากาศยาน สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ระบบเรดาร์ สถานีดับเพลิงและกู้ภัย ส่วนบำรุงรักษาท่าอากาศยาน อาคารและลานจอดรถ สำหรับเครื่องบินขนาดเล็ก ศูนย์การแพทย์และสันทนาการ อาคารไปรษณีย์โรงแรมชั้นหนึ่ง จำนวน 1,500 ห้อง เป็นต้น

4. ความคืบหน้า
ปัจจุบัน บทม. ได้ดำเนินงานต่างๆ ของท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ 2 ไปมากแล้วโดยเฉพาะขั้นตอนของการออกแบบ เพื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จไปบ้างแล้ว ความคืบหน้าในการดำเนินการด้านต่างๆ มีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

4.1 งานอพยพโยกย้ายราษฎร ออกไปจากพื้นที่ เช่น โรงเรียนหนองตะกล้า โรงเรียนวัดหนองปรือ วัดหนองปรือ และสถานีอนามัย บทม. ได้จ่ายค่าชดเชยและจัดหาที่อยู่ให้ใหม่กับราษฎร ส่วนสถานที่ราชการได้ก่อสร้างให้ใหม่
4.2 งานก่อสร้างสถานที่ราชการ ประกอบด้วย งานก่อสร้างโรงเรียนหนองตะกล้า (พรหมพิกุลทอง) บทม. ก่อสร้างอาคารเรียนขนาด ใหญ่สูง 4 ชั้น 1 หลัง อาคารโรงอาหาร 1 หลัง อาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง และอาคารอื่นๆ พร้อมทั้งสนามกีฬาและสาธารณูปโภคต่างๆ งาน ก่อสร้างโรงเรียนวัดหนองปรือ บทม. ก่อสร้างเป็นอาคารเรียนขนาดใหญ่สูง 4 ชั้น จำนวน 2 หลัง อาคารอเนกประสงค์ จำนวน 1 หลัง อาคาร โรงอาหารจำนวน 1 หลัง และอาคารประกอบอื่นๆ พร้อมทั้งสนามกีฬาและสาธารณูปโภคต่างๆ ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ งานก่อสร้างสถานีอนามัย และวัดหนองปรือนั้นขณะนี้กำลังดำเนินการ
4.3 งานก่อสร้างถนนชั่วคราว ขณะนี้ ประกอบด้วยถนนชั่วคราวทางเข้าด้านใต้ ระยะทาง 6.9 กิโลเมตร และงานก่อสร้างถนนชั่วคราว ภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นถนนขนาด 2 - 4 ช่องจราจร ความยาว 17 กิโลเมตร เป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนชั่วคราวทางเข้าออกด้านใต้ และเชื่อมจุดต่างๆที่จะก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆภายในท่าอากาศยาน รวมทั้งใช้เป็นทางเข้าออกด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียง เหนือ
4.4 งานก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม แบ่งงานออกเป็นสองส่วน คือ งานก่อสร้างเขื่อนดินด้านเหนือ โดยก่อสร้างเป็นเขื่อนดินบริเวณ ด้านทิศเหนือของพื้นที่โครงการความยาว 6.05 กิโลเมตร มีอ่างเก็บน้ำลึก 2 เมตร 1 แห่ง และมีคลองขนานภายนอกกว้าง 15.75 เมตร ลึก 1.50 เมตร เพื่อรองรับและระบายน้ำจากคลองหนองปรือ หนองคา และหนองตะกร้าลงสู่คลองหนองงูเห่าและคลองลาดกระบัง อีกส่วนหนึ่งคือ งานก่อสร้างเขื่อนดินส่วนที่เหลือ 3 ด้าน (ทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก) โดยก่อสร้างเป็นเขื่อนดินรอบท่าอากาศยานด้านทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก ความยาว 17.5 กิโลเมตร มีสถานีสูบน้ำ 2 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง มีคลองหนองงูเห่า เป็นคลองขนาน ภายนอกด้านทิศตะวันออกและคลองลาดกระบังเป็นคลองขนานภายนอกด้านทิศตะวันตก และขุดคลองขนานด้านทิศใต้ กว้าง 15.75 เมตร เชื่อมคลองหนองงูเห่าและคลองลาดกระบัง
4.5 งานปรับปรุงคุณภาพดิน บทม. ได้ว่าจ้างปรับปรุงคุณภาพดินบริเวณทางวิ่ง ทางขับด้านตะวันตก บริเวณลานจอดอากาศยาน และบริเวณทางขับเชื่อม รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3 ล้านตารางเมตร เนื่องจากพื้นที่บริเวณที่จะทำการก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ แห่งที่ 2 เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล พื้นดินมีลักษณะเป็นดินเหนียวอ่อนถึงอ่อนมาก มีระดับพื้นดินใกล้เคียงกับระดับน้ำทะเลปานกลางจึงทรุดตัว มาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงคุณภาพดินก่อนที่จะทำการก่อสร้างท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งนี้ โดยเฉพาะบริเวณถนน ทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยาน หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้มีการก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งนี้ในปี พ.ศ.2535 โดยให้ การท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทย เป็นผู้รับผิดชอบในขณะนั้นได้ศึกษาทบทวนวิธีปรับปรุงคุณภาพดิน ซึ่งทางบริษัทวิศวกร ที่ปรึกษาได้เสนอให้ใช้วิธีการ ปรับปรุงคุณภาพดินด้วยวิธี Preconsolidation with PVD ต่อมาการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยได้ว่าจ้างบริษัทศึกษา เพื่อยืนยันวิธี ที่เหมาะสมอีกครั้ง พบว่าวิธีดังกล่าวมีความเหมาะสมที่สุด และในปี พ.ศ. 2537 ได้ว่าจ้างให้ทดสอบและประเมินผลการปรับปรุงคุณภาพดินด้วย PVD ในพื้นที่จริงเพื่อพิสูจน์ประสิทธิผลของการปรับปรุงคุณภาพดินด้วย PVD พบว่าการปรับปรุงคุณภาพดินด้วยวิธีนี้เหมาะสม หลังจากที่ บทม. ได้รับโอนงานจากทอท. ก็ได้ดำเนินงานปรับปรุงคุณภาพดินต่อตามแผนการก่อสร้างที่กำหนดให้ทำการก่อสร้างและเปิดให้บริการท่าอากาศยาน ในปี พ.ศ.2543 มีทางวิ่ง 2 ทางวิ่งและรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปี เดือน พฤศจิกายน 2539 บทม. ได้ว่าจ้างปรับปรุงคุณภาพดิน ในบริเวณที่เป็นทางวิ่ง 2 ทาง ทางขับและลานจอดอากาศยาน พื้นที่ประมาณ 4.5 ล้านตารางเมตร ต่อมาเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ บทม. ก่อสร้างและเปิดให้บริการในปี 2547 จึงได้เจรจากับบริษัทผู้ก่อสร้างเพื่อปรับงานให้สอดคล้องแผนการก่อสร้างดังกล่าว

หมายเหตุ ตัดตอนมาจากปริญญานิพนธ์เรื่อง การขนส่งทางอากาศในประเทศไทยและบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังปี ค.ศ. 2000, โดย จิราวุฒิ ไพรเขียว, ชัชวาล พุทธรักษา, ทศพร ช้างสน, สุชาติ ตรีชัย และ สีหนาท นิตยรัตน์. เอื่อเฟื้อข้อมูลโดย ดร.สถาพร โภคา

Rate this item
(0 votes)
Login to post comments

ประชาสัมพันธ์